คนหลายสิบคนที่ยืนอยู่ในห้องต่างจับจ้องไปที่ผู้อำนวยการกัว
ผู้อำนวยการกัวแสร้งทำเป็นมั่นใจ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่ายด่านตรวจ กัวจิ่งหยาง”
“คนจากหน่วยงานด่านตรวจก็เข้ามายุ่งเรื่องของสถานีตำรวจด้วยหรือ?”
“ยังรู้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเองอยู่ไหม?”
เจิ้งเฮ่อจินกำลังกลั้นความโกรธไว้เต็มอก ที่แปลกก็คือ แม้ความโกรธนี้ดูเหมือนกำลังจะระเบิดออกมา
แต่เห็นได้ชัดว่าเขากำลังข่มมันไว้
ผู้อำนวยการกัวพูดต่อว่า “รองนายกเทศมนตรีเจิ้ง เรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกันครับ”
“มีคำสั่งมาจากเมืองหลวง ผมจำเป็นต้องให้ความร่วมมือ”
หน่วยงานของพวกเขามีลักษณะเช่นนี้ เช่นเดียวกับสถานีตำรวจ
แม้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลท้องถิ่น แต่ที่เมืองหลวงก็มีกรมใหญ่เช่นกัน
คำสั่งจากกรมใหญ่ที่ส่งลงมา พวกเขาก็จำต้องปฏิบัติตาม
ยิ่งผู้อำนวยการกัวถูกย้ายมาจากเมืองหลวงด้วย จึงมีที่พึ่งอยู่เบื้องหลัง
เจิ้งเฮ่อจินขมวดคิ้ว เงียบไปนานท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด สุดท้ายก็ยังข่มอารมณ์เอาไว้ได้
เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง “ให้คนทางเมืองหลวงส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมา”
“สินค้าพวกนี้ ทางเทศบาลต้องเอาไป”
เมื่อมีคำพูดของเจิ้งเฮ่อจิน ตำรวจเหล่านั้นก็มีความมั่นใจขึ้นมาก ต่างพากันเดินออกไปทีละคน
พอมาถึงประตู เจิ้งเฮ่อจินหันไปพูดกับไช่จิ้นที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ว่า “ไม่ว่าใครจะมา สินค้าพวกนี้ฉันจะช่วยคุ้มครองให้”
“ส่วนคนที่ต้องสงสัยว่าลักทรัพย์ เราก็ไม่ปล่อยไปเหมือนกัน เมืองเซินประกาศทุกปีว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีให้บริษัทเอกชน เรื่องนี้ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง”
