นายกเทศมนตรีเสิ่นเจี้ยนกังกำลังหมกมุ่นกับเรื่องนี้จนคิดไม่ตก
เขาไล่พูดถึงเหล้าราคาแพงทุกชนิดที่นึกออกแล้ว แต่เจิ้งเฮ่อจินก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ พร้อมส่ายหน้า
สุดท้ายเขาก็บอกว่า “ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ยื่นเรื่องเข้ามา รอให้มีความคืบหน้าแล้วผมจะรายงานคุณอีกทีครับ”
เสิ่นเจี้ยนกังทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ถอนหายใจ “ช่างเถอะ เถ้าแก่เฟิงมีส่วนช่วยเศรษฐกิจเมืองของเรามาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการปฏิรูปและเปิดประเทศของเมืองเซินในยุคนั้น เราเชื่อใจเขาได้”
“ช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย”
เสิ่นเจี้ยนกังเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาแขวนผนัง “ได้เวลาเลิกงานแล้ว ไปดื่มด้วยกันสักแก้วเถอะ”
“จะบอกให้นะ เหล่าเจิ้ง วันนี้ฉันได้ของดีมาด้วย”
พูดจบ เขาก็หยิบเหล้าหลี่ไป๋น้อยสองขวดออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
ทั้งคู่เป็นนักดื่มรุ่นเก๋า เจิ้งเฮ่อจินเห็นแล้วก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว “นี่มันของหายากไม่ใช่เหรอครับ?”
เสิ่นเจี้ยนกังหัวเราะเสียงดัง “ฉันมีวิธีซื้อได้ก็แล้วกัน”
“ไป ๆ ออกไปกินข้าวข้างนอกกัน”
ทั้งสองคุยกันพลางเดินออกไป โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องที่พวกเขากำลังคาดเดากันอยู่ก็คือ เหล้าหลี่ไป๋น้อยกำลังจะเข้ามาทำตลาดในเมืองเซิน
เหตุผลง่ายมาก เหล้าหลี่ไป๋น้อยดังจริง แต่ตอนนี้ในเมืองเซินยังไม่ได้ลงโฆษณาอย่างถล่มทลาย
อาศัยเพียงการบอกต่อปากต่อปากของนักดื่มรุ่นเก๋าเท่านั้น ถึงขั้นมีคนจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลิตภัณฑ์นี้มาจากโรงเหล้าไหน
