แววตาของหวังสือเผยให้เห็นความเฉลียวฉลาดและความแข็งกร้าวอยู่เสมอ
ไช่จิ้นสัมผัสได้ถึงความดูแคลนที่หวังสือมีต่อเขา
แต่เมื่อมองเฝิงฮ่าวตงที่อยู่ทางนั้น เขาก็เข้าใจว่าเจ้าพ่อคนนี้เข้ามาตีสนิทเขาเพียงเพราะเห็นแก่หน้าเฝิงฮ่าวตงเท่านั้น
วงการธุรกิจเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทุกคนต่างสวมหน้ากากพูดคุยกัน
ไช่จิ้นเองก็มีหน้ากากเหมือนกัน เป็นหน้ากากซุนหงอคงผู้เหาะเหินเดินอากาศได้สารพัด เขายิ้มพลางจับมืออีกฝ่าย “ไช่จิ้น เป็นคนงานก่อสร้างของคุณเฝิงครับ”
“นี่...” หวังสือกระอักกระอ่วนไปชั่วขณะ ถึงกับอยากชักมือกลับอยู่เหมือนกัน
แต่ทำแบบนั้นก็ดูเห็นแก่ตัวเกินไป
เขาจึงหัวเราะกลบเกลื่อน “ฮ่า ๆ ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง”
“เหล่าหลี่ เดี๋ยวขึ้นไปคุยเรื่องร่วมมือกันที่บริษัทฉันนะ ตู้สินค้าที่บริษัทจะส่งไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่เต็ม ฉันจะไปเลือกของจากโรงงานนายมาเติมให้เต็มแล้วส่งไป”
ในช่วงเวลานี้ ว่านเค่อยังไม่ใช่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่ทำการค้าเป็นหลัก
พูดง่าย ๆ ก็คือพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ อะไรทำกำไรได้ก็ซื้อขายสิ่งนั้น
ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงนั้นรีบขานรับ
หวังสือเดินออกไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนตั้งมากมายเดินออกไป แต่เฝิงฮ่าวตงไม่ได้ไปส่งใครสักคน แค่นี้ก็เห็นความสามารถของเขาแล้ว
พอทุกคนไปกันหมด เฝิงฮ่าวตงก็เดินมาตบไหล่ไช่จิ้น “ตามฉันมา เราไปดูที่ดินแปลงนั้นกัน”
ไช่จิ้นรู้อยู่แล้วว่าที่เรียกเขามาก็เพราะเรื่องนี้
ทั้งสองเดินออกไปด้วยกัน
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็มายืนอยู่บนพื้นที่ก่อสร้างผืนใหญ่
