ต้องยอมรับว่าทั้งคู่มีความสามารถอยู่ไม่น้อย ถึงกับสืบข่าวเรื่องการได้พบเนียวานนอฟมาได้จริง ๆ
มีข่าวลือว่าเนียวานนอฟจะพบกับเจิ้งเฮ่อจิน รองนายกเทศมนตรีเมืองเซินเป็นการส่วนตัว
การพบกันครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับงานราชการ แต่เป็นเพราะเจิ้งเฮ่อจินเคยไปเรียนต่อที่สหภาพโซเวียตในสมัยนั้น
ช่วงเวลานั้น เนียวานนอฟเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ พูดได้ว่าเจิ้งเฮ่อจินเป็นลูกศิษย์ของเนียวานนอฟ
วันนั้น เฉินเหนียนฮวากับเหอจื้อจวินนั่งหารือกันอยู่นานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ในที่สุดก็หาคนกลางได้คนหนึ่ง
คนคนนี้ทำงานอยู่ในเทศบาล พวกเขาคิดจะอาศัยเขาเป็นทางผ่านเพื่อเข้าใกล้เนียวานนอฟ
คุยกันไปคุยกันมา ทั้งคู่ก็วกเข้าเรื่องลูก ๆ
เฉินเหนียนฮวาสูดหายใจลึกก่อนพูดว่า “น้องชายเอ๊ย ลูกสาวฉันนี่ถูกตามใจจนเสียคนจริง ๆ”
“เดี๋ยวกลับไปบอกหลานชายเราหน่อย ให้ใจเย็น ๆ เข้าไว้ สักวันยัยหนูนั่นก็เข้าใจความรู้สึกของเขาเอง”
พอพูดถึงตรงนี้ เหอจื้อจวินก็ปวดหัวไม่แพ้กัน เขาถอนหายใจแล้วบอกว่า “ลูกชายฉันเองก็มีปัญหาใหญ่เหมือนกัน”
“นายอายุมากกว่านีนีตั้งสองปี ก็ยอมให้น้องหน่อยสิ ดันต้องไปก่อเรื่องในโรงงานจนวุ่นวายไปหมด ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาซะเลย”
เฉินเหนียนฮวาหัวเราะลั่น “พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก ฉันว่าข่ายเก่งมากนะ คราวนี้เรื่องใบรับรองสิทธิ์จองซื้อหุ้นก็ทำให้พวกเราต้องมองเขาใหม่ไม่ใช่หรือไง”
