ไช่จิ้นได้ยินแล้วก็หัวเราะเสียงดัง “คุณเคมีประสบการณ์โชกโชนในตลาดหุ้น จนได้รับฉายาว่าขงเบ้งน้อยแห่งตลาดหุ้นหัวเซี่ย พูดถึงผมแบบนี้ทำเอาผมรู้สึกเป็นเกียรติจนเกินไปแล้ว”
หลวี่เหลียงยกมือทั้งสองขึ้นเป็นเชิงปฏิเสธ “คุณไช่ชมผมเกินไปแล้ว ขอโทษด้วย ก่อนหน้านี้ผมมองคุณผิดไป”
“พูดกันตรง ๆ ตอนเจอกันครั้งแรกที่เมืองเซิน ผมไม่ได้เห็นคุณอยู่ในสายตาเลย แถมยังระแวงคุณมากด้วย คิดอยู่ตลอดว่าคุณเข้ามาหาผมเพราะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง”
พอเปิดอกคุยกัน ทั้งคู่ก็ไม่ปิดบังอะไรอีก
ไช่จิ้นยิ้มแล้วพูดว่า “ผมเข้าหาคุณอย่างมีจุดประสงค์จริง ๆ นั่นแหละ เพราะผมอ่านบทความ ‘นักลงทุนหลักล้านแห่เก็งกำไรในตลาดหุ้นเมืองเซิน’ ของคุณแล้ว ความเห็นไม่เหมือนใครดี”
“แถมยังเขียนได้ดีมาก ตอนนั้นผมก็รู้แล้วว่าปากกาของคุณต้องสร้างความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นได้แน่”
“ดูสิ ยังไม่ถึงปี ชื่อคุณเคก็ดังกระฉ่อนไปทั่วหัวเซี่ยแล้ว”
ทั้งสองผลัดกันพูดคนละประโยค
จี้หยวนฟังแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แน่นอนว่าอีกหลายสิบปีต่อมา มีคำหนึ่งที่ใช้อธิบายความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ
คำนั้นคือ การอวยกันเองทางธุรกิจ
หลังจากทั้งคู่พูดจาคลุมเครือใส่กันไปมา แล้วก็ชมกันเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยอยู่พักใหญ่
หลวี่เหลียงก็ตอบตกลงอย่างยินดีที่จะควบรวมสตูดิโอของตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรการเงินของไช่จิ้น
ไช่จิ้นจะจัดหาเงินทุนและการลงทุนให้
พอตกลงรายละเอียดต่าง ๆ กันเรียบร้อย ไช่จิ้นก็รีบให้คนส่งสัญญามาให้ทันที
