ผู้อำนวยการกัวถึงจะโง่แค่ไหน ก็คงดูสถานการณ์ออกแล้ว
สุดท้ายเขาส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนพาฉินเสี่ยวโจวที่ก้มหน้าคอตกออกไป
จากนั้นเจิ้งเฮ่อจินก็นั่งคุยอยู่ในรถของไช่จิ้นพักหนึ่ง
ไช่จิ้นพอจะเดาออกแล้วว่าทำไมท่าทีของเจิ้งเฮ่อจินถึงเป็นแบบนี้
ความสัมพันธ์ซับซ้อนมาก พัวพันไปถึงคนรุ่นพ่อในเมืองหลวง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นคนที่มีผู้ใหญ่คอยคุ้มกะลาหัว
แต่เจิ้งเฮ่อจินก็แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า หลักการจะไม่เปลี่ยนแปลงเด็ดขาด
แค่นี้ไช่จิ้นก็วางใจได้
จากนั้นเหล่าเหอกับพวกก็เดินเข้ามาในรถพลางด่ากันขรม
พอขึ้นรถมา เหล่าเหอก็สบถด่าทันทีว่า “ตัวประกอบกระจอก ๆ คิดจะสวมชุดใหญ่ขึ้นเวทีแย่งบทพระเอก”
“ไม่ดูตัวเองบ้างว่ามีดวงหรือมีความสามารถพอไหม! ถ้าหมดประโยชน์เมื่อไร ก็ต้องเป็นหมากตัวแรกที่ถูกทิ้งแน่!”
เขากำลังพูดถึงฉินเสี่ยวโจว
คนที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความคาดหวังอย่างสูง ทั้งยังเป็นคนที่ทุกคนเชื่อใจและคอยดูแลอย่างดี
สุดท้ายกลับแทงข้างหลังกันเสียบอก ใครเจอแบบนี้ก็ไม่มีทางรู้สึกดีได้หรอก
แต่ไช่จิ้นกลับใจเย็นลงไม่น้อย
เขาเอ่ยขึ้นว่า “ไปกันเถอะ ต่อจากนี้เขามีเรื่องให้เจออีกเยอะ เราทำตามแผนของเราไป”
การทรยศของฉินเสี่ยวโจวเป็นสัญญาณเตือนใจไช่จิ้น
การขยายกิจการเร็วเกินไป ทำให้มองข้ามนิสัยใจคอของคนระดับล่าง สุดท้ายอาจกลายเป็นจุดที่ทำให้พังได้
ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ข้อสรุปในใจว่าคนแบบไหนคือกำลังหลัก
ใครจะเดินไปกับเรา ใครจะไม่เดินไปด้วย คนเป็นหัวหน้าต้องชั่งใจให้ดี
……
ตลอดหลายวันถัดมา
