คุณชวีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนมองเจิ้งจินกั๋วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ทั้งคู่ต่างเป็นคนเก๋าเกมในแวดวงธุรกิจ จะฟังไม่ออกได้อย่างไรว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร
แต่กลับแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ “คุณเจิ้งพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ?”
“ผมชวีคนนี้ฟังไม่ค่อยเข้าใจเลยครับ”
เจิ้งจินกั๋วยิ้ม “คุณชวีฟังเข้าใจอยู่แล้ว”
“สนใจร่วมมือกันไหม?”
“ถ้าผมจำไม่ผิด ปีที่แล้วคุณชวีน่าจะร่วมลงทุนกับโรงกลั่นเหล้าแห่งหนึ่งใช่ไหม”
คุณชวีหัวเราะเสียงดัง
“คุณเจิ้ง ลองเล่ามาก่อนสิว่าคิดจะทำยังไง?”
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มหารือกัน
……
ตอนนั้นไช่จิ้นกับจางอ้ายหมิงเดินออกจากตึกสำนักงานของโรงงาน คุยกันไปพลาง
แนวคิดของจางอ้ายหมิงเปลี่ยนไปมาก ก่อนหน้านี้เขายืนกรานไม่ยอมแก้สูตรเหล้าของบรรพบุรุษเด็ดขาด
แต่เมื่อต้องเอาตัวรอดในตลาด ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ทั้งคู่ก็เตรียมใช้รางวัลเหรียญทองจากการประกวดสุราที่บรัสเซลส์เป็นจุดขาย ผลิตสินค้าขายดีขึ้นมาสักตัว
ยืนหยัดในสุรากลิ่นเข้ม ทำให้เป็นเหมาไถแห่งวงการสุรากลิ่นเข้ม
ทว่าเพิ่งเดินพ้นประตู ไช่จิ้นก็เห็นเจิ้งจินกั๋วกับอีกคนเดินออกมาจากร้านอาหารฝั่งตรงข้าม
เขาเดินไปถามไปว่า “คุณเจิ้งคนนี้ ปกติเป็นคนยังไง?”
จางอ้ายหมิงก็เห็นทั้งสองคนฝั่งตรงข้าม สีหน้าเคร่งขรึม “นอกจากมีแนวคิดต่างจากผมนิดหน่อย เรื่องอื่นก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย”
ไช่จิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วก้มตัวเข้าไปในรถ
ส่วนเจิ้งจินกั๋วที่อยู่ฝั่งตรงข้าม พอเห็นไช่จิ้นกับจางอ้ายหมิง ทั้งคู่ก็รีบวิ่งเข้ามา
