ทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ไช่จิ้นยิ้มขื่น
เขาเดาได้แล้วว่าเสิ่นเจี้ยนอยากพูดอะไร และรู้ว่าอีกฝ่ายหวังดีกับเขา
แต่เขาเองก็พูดเรื่องนี้ไม่ได้ หากเอ่ยปากก็เท่ากับกำลังขอร้อง ผู้เฒ่าอาจไม่ยอมช่วยก็ได้
จี้จินช่านมองเสิ่นเจี้ยนอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะหันมามองไช่จิ้น “เสี่ยวไช่ ยังทำอะไรอีกบ้างล่ะ? ไหนเล่ามาสิ ให้คนแก่อย่างฉันดีใจหน่อย”
ไช่จิ้นตอบ “เรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ ผมไม่พูดถึงแล้วกัน...”
“สร้างรถยนต์!” เสิ่นเจี้ยนพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ไช่จิ้นจะพูดจบ “ทางเมืองเซิน ไช่จิ้นวางแผนจะซื้อที่สักพันหมู่ แล้วสร้างฐานการผลิตรถยนต์ขึ้นมา!”
“เงินลงทุนทั้งหมดอาจสูงถึงกว่าหนึ่งพันล้าน!”
ผู้เฒ่าชะงักไป สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “เรื่องจริงเหรอ?”
ไช่จิ้นมองเสิ่นเจี้ยนอย่างจนใจ “ผมคิดจะทำจริง ๆ คนหัวเซี่ยสร้างรถดี ๆ ไม่ได้ นี่เป็นปัญหาใหญ่ของเรา”
“หลังจากรถโฟล์คสวาเกนสร้างฐานการผลิตในจงไห่ เสียงตอบรับจากตลาดก็ดีมาก ผมคิดว่าบริษัทเอกชนของเราไม่ควรยืนดูแบรนด์ต่างชาติกลืนตลาดรถยนต์ของเราไปต่อหน้าต่อตา”
“เพราะงั้นผมเลยร่วมมือกับเพื่อนบางคน เตรียมบุกตลาดนี้”
ไช่จิ้นไม่กล้าบอกว่าเป็นฝีมือของตัวเองคนเดียว เพราะเจ้าผู้เฒ่าคงต้องสงสัยแน่ว่าเงินทุนกว่าพันล้านมาจากไหน
เรื่องตลาดหุ้นยังต้องปิดเป็นความลับ
คราวนี้ผู้เฒ่าไม่ได้แค่เอ่ยปากชม แต่ตบเข่าฉาด!
เขาพูดอย่างหนักแน่น “มีปัญหาอะไรก็บอกฉัน เดี๋ยวฉันโทรหาหลิวอี้ฟู่ ให้เขาจัดการทุกอย่างที่เธอต้องการด้วยตัวเอง!”
