ข่าวทางโทรเลขแพร่เร็วยิ่งกว่าลม
ไม่ถึงชั่วโมง คนทั้งโรงงานก็รู้กันหมดแล้วว่าหลินกงจะไปปักกิ่ง แถมยังเป็นคำสั่งย้ายจากกรมใหญ่โดยตรง
ตอนเที่ยง โรงอาหารแน่นขนัดไปหมด
หลินหย่วนถือปิ่นโตต่อแถวอยู่ พวกคนงานที่อยู่ข้างหน้าพอเห็นเขาก็พากันหลีกทางให้
“หลินกง เชิญคุณก่อนเลยครับ”
“ใช่ ๆ หลินกง คุณตักก่อนเลย”
หลินหย่วนได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ พลางโบกมือปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ไม่ต้อง ๆ ผมต่อแถวได้”
แต่หลินหย่วนขัดขืนไม่สำเร็จ สุดท้ายก็ถูกทุกคนดันไปถึงหน้าเคาน์เตอร์อยู่ดี
พ่อครัวที่ตักอาหารแซ่จาง ใบหน้ากลมอ้วน เนื้อที่แขนกระเพื่อมดุ๊กดิ๊ก
พอเห็นว่าเป็นหลินหย่วน ดวงตาของพ่อครัวจางก็เป็นประกายทันที
เขาหยิบทัพพีเหล็กอันใหญ่ขึ้นมากวนหม้อกับข้าว แล้วตักเนื้อมัน ๆ พูนสองทัพพี ก่อนจะโปะลงในปิ่นโตของหลินหย่วนดังเพี๊ยะ
“หลินกง กินเยอะ ๆ!” พ่อครัวจางยิ้มแฉ่ง “ไปปักกิ่งแล้วก็อย่าลืมโรงงานของเราล่ะ”
หลินหย่วนมองเนื้อมันที่พูนสูงเป็นยอดในปิ่นโต ได้แต่ยิ้มเจื่อน
“พ่อครัวจาง เยอะไปแล้วครับ ผมกินไม่หมดหรอก”
“อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้ไปแล้วไม่กลับสักหน่อย”
“กินหมดแน่!” พ่อครัวจางตักเพิ่มให้อีกครึ่งทัพพี “นายโต้รุ่งทุกวัน ใช้สมองเยอะ ต้องบำรุงหน่อย”
“อาหารที่ปักกิ่งน่ะนะ ฉันบอกเลยว่าหวานเลี่ยน จะหอมอร่อยเหมือนของโรงงานเราได้ยังไง?”
คนงานรอบ ๆ ต่างมองหลินหย่วนแล้วยิ้มขำ
หลินหย่วนถือปิ่นโตไปนั่งตรงมุมหนึ่ง
เพิ่งกินข้าวไปได้สองคำ
“หัวหน้า! หัวหน้า!”
โจวกั๋วเฉียงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มือกำสมุดโทรเลขไว้แน่น เหงื่อท่วมศีรษะจนหมวกเอียง
