หลังการทดสอบเกราะป้องกันสิ้นสุดลง บริเวณนั้นก็วุ่นวายไปหมดทันที
เหล่าวิศวกรพากันล้อมรถถัง ทั้งตะโกน ทั้งหัวเราะ บางคนปาดน้ำตา ก่อนจะโห่ร้องฉลองกันเสียงดัง
บนชั้นลอยชั้นสอง สถานการณ์ก็แทบไม่ต่างกัน
หลี่สือโถว เจ้าหน้าที่สำนักรักษาความลับ ยืนอยู่ข้างราวเหล็ก ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
กระสุนนัดสุดท้ายเมื่อครู่ทำเอาหัวใจเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ปืนใหญ่รถถังคันนั้นมีอำนาจเจาะเกราะหนาถึง 270 มิลลิเมตรเชียวนะ
ตอนเห็นกระสุนถูกกระเด้งออกไป หากไม่ใช่เพราะผ่านการฝึกมาอย่างดี เขาคงเผลอร้องออกไปแล้ว
แต่ไม่มีใครสังเกตว่า ในเวลาเดียวกันนั้น จอมพลเนี่ยได้ถอยไปอยู่ด้านหลังฝูงชนอย่างเงียบ ๆ แล้ว
เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง ยืนนิ่งอยู่ในเงามืด สีหน้าอ่านไม่ออก ทว่าหากใครที่คุ้นเคยกับเขาได้เห็นท่าทางในตอนนี้ ก็จะรู้ว่าเขากำลังอารมณ์ดี
จอมพลเนี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งสายตาให้จางลี่กั๋วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
จางลี่กั๋วเดินเข้ามาหาทันที ทั้งสองไปหยุดตรงมุมหนึ่งสุดชั้นลอย
จอมพลเนี่ยลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า “ไปเชิญหัวหน้าวิศวกรหลินมาที่ห้องประชุมหมายเลขหนึ่ง”
“ไปเองนะ อย่าให้คนอื่นแตกตื่น”
“รับทราบ!” จางลี่กั๋วขานรับเสียงเบา แล้วลงมือทันที
ห้องประชุมหมายเลขหนึ่งเป็นห้องที่ซ่อนเร้นที่สุดในอุโมงค์เก็บอาวุธ ทั้งอุโมงค์มีคนรู้จักห้องนี้ไม่ถึงห้าคน
แม้หลินหย่วนจะเป็นหัวหน้าวิศวกรของโครงการ แต่พื้นที่ที่เขาทำงานอยู่เป็นประจำก็มีแค่เขตผลิตกับเขตทดลอง เขายังไม่เคยไปห้องประชุมหมายเลขหนึ่งมาก่อน
