วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็เข้าสู่ปี 1951 แล้ว
ตอนนี้อากาศในปักกิ่งหนาวจัดผิดปกติ
แค่พ่นลมหายใจออกมา ไอสีขาวก็ลอยอยู่ตรงหน้า ก่อนจะจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบนคิ้วในชั่วพริบตา
ผู้คนบนถนนแต่งตัวห่อหุ้มมิดชิด ทั้งหมวกบุฝ้าย เสื้อคลุมบุฝ้าย ถุงมือบุฝ้าย เสื้อผ้าในบ้านที่พอจะเอามาห่มได้ก็เอามาห่มกันหมด
แต่ทั้งที่อากาศหนาวขนาดนี้ โรงงานหลายแห่งในระบบอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์กลับคึกคักเป็นอย่างมาก
เจ็ดโมงครึ่ง ที่สนามทดสอบของสถาบันปืนใหญ่
ตอนนี้ฟ้ายังสว่างไม่เต็มที่
แต่ข้างสนามทดสอบมีคนมายืนกันไม่น้อยแล้ว
หวังเต๋อเซิ่งสวมเสื้อคลุมทหารหนา ๆ ครอบที่ปิดหูกันหนาวไว้ทั้งสองข้าง กำลังยอง ๆ ถูมืออยู่บนพื้น
ในมือเขายังกำสมุดเล่มเล็ก ปกสึกจนหยาบกระด้าง ด้านในเต็มไปด้วยบันทึกยิบย่อย
หลายเดือนมานี้เขาไม่ได้ว่างเลย
หลินหย่วนอธิบายเทคโนโลยีกระสุนแบบใหม่ให้เขาฟังหลายอย่าง ทั้งวงจรของชนวนระเบิดเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย และการคำนวณของศูนย์เล็งเวกเตอร์... เรื่องไหนที่ฟังไม่เข้าใจ เขาก็จดไว้ กลับไปเปิดหนังสืออ่าน ถามคนอื่น จนทำความเข้าใจไปได้เกินครึ่ง
ตอนนี้หากพูดถึงชนวนระเบิดเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย เขาก็อธิบายได้พอเป็นฉาก ๆ แล้ว ไม่ใช่หัวหน้าสถาบันปืนใหญ่คนเดิมที่พอได้ยินเทคโนโลยีใหม่ก็ได้แต่ตบหน้าผากตัวเอง
ข้างกายเขายังมีต้นแบบจรวดต่อสู้อากาศยานสำหรับทหารราบวางอยู่ด้วย
หลังจากสถาบันสื่อสารมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในกระบวนการผลิตหลอดสุญญากาศเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทางสถาบันปืนใหญ่ก็เริ่มระดมทั้งกำลังคนและทรัพยากรเพื่อพัฒนาจรวดต่อสู้อากาศยานสำหรับทหารราบอย่างเต็มกำลัง
