ครึ่งเดือนต่อมา
สถานีรถไฟเฟิงไถ
ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง แต่ชานชาลาก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนแล้ว
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานลำกล้องคู่ขนาด 37 มิลลิเมตรใหม่เอี่ยม 10 กระบอก ถูกคลุมด้วยผ้าใบสีเขียวทหาร เรียงเป็นแถวยาวอยู่บนตู้รถไฟพื้นเรียบ
เจ้าหน้าที่จากสถาบันปืนใหญ่กับกองกำลังคุ้มกันรวมกันหลายสิบคน กำลังง่วนอยู่บนชานชาลา
บางคนผูกเชือก บางคนคลุมผ้าใบ เสียงฝีเท้า เสียงตะโกน และเสียงหึ่ง ๆ ของหัวรถจักรประสานกันจนดังระงม
ผู้อำนวยการหวังยืนอยู่ข้างปืนกระบอกหน้าสุด มือแตะลำกล้องราวกับกำลังลูบหัวลูกตัวเอง
ครึ่งเดือน
นับตั้งแต่ทดลองยิงปืนต้นแบบสำเร็จ จนผลิตปืนล็อตเล็กได้ 10 กระบอก คนทั้งสถาบันทำงานหามรุ่งหามค่ำต่อเนื่องมาครึ่งเดือน
หัวกลึงบนเครื่องกลึงสึกพังไปหลายหัว คีมเชื่อมของช่างเชื่อมเปลี่ยนไปสามอัน คนทั้งสถาบันต่างมีเส้นเลือดฝอยแดงก่ำในดวงตา
แต่พอเห็นปืนต่อสู้อากาศยานลำกล้องคู่ทั้ง 10 กระบอกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ทุกคนก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว
“ตรวจเรียบร้อยหรือยัง?” หลินหย่วนเดินเข้ามาถาม
“ผู้อำนวยการหลิน!” ได้ยินเสียง ผู้อำนวยการหวังก็รีบหันกลับมา “ตรวจไปไม่ต่ำกว่าสามรอบแล้ว รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน!”
หลินหย่วนพยักหน้า แล้วเดินวนดูปืนใหญ่หนึ่งรอบ
ปืนทั้ง 10 กระบอกตั้งตระหง่าน ดูน่าเกรงขามไม่น้อย
“ผู้อำนวยการโจวยังไม่มาอีกเหรอ?” หลินหย่วนถาม
“น่าจะถึงแล้วครับ” ผู้อำนวยการหวังพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงแตรรถดังมาจากไกล ๆ
รถจี๊ปคันหนึ่งส่งเสียงเอี๊ยด ก่อนจอดลงข้างชานชาลา
