หลีโน่เดินนำทางอยู่ข้างหน้า
“ตอนมาที่นี่ครั้งแรก ฉันกลัวจนยืนนิ่งไม่กล้าขยับอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมง” หลีโน่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงฟังผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยท่ามกลางมิติที่พับซ้อนกันอย่างยุ่งเหยิง
หลินไป๋กวาดตามองรอบด้าน
สัมผัสพลังวิญญาณของนักต้มตุ๋นใช้การที่นี่ไม่ได้โดยสิ้นเชิง
รอยแยกของมิติมีมากเกินไป แค่แผ่สัมผัสออกไปเพียงนิดเดียว ก็ถูกช่องว่างมิติบดขยี้จนแหลกสลายทันที
ทั้งสองเดินขึ้นบันไดที่พับทอดสูงขึ้นไป
ปลายบันไดเป็นอาคารทรงหลายเหลี่ยมสีดำสนิททั้งหลัง
ไม่มีประตู
มีเพียงม่านแสงสีฟ้าอ่อนที่หมุนวนอย่างช้า ๆ
“ศูนย์จำลอง” หลีโน่หยุดอยู่หน้าม่านแสง
“ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาด”
หลินไป๋หันมองเธอ
“ถ้าจะเข้าไปต้องใช้ตั๋ว คนละเม็ดทรายแห่งกาลเวลา” หลีโน่ล้วงถุงหนังตรงเอว หยิบเม็ดทรายสองเม็ดที่เปล่งแสงสีทองจาง ๆ ออกมา
เธอโยนเม็ดทรายเข้าใส่ม่านแสง
ผิวนอกของม่านแสงกระเพื่อมเป็นวงสองระลอก ก่อนกลืนเม็ดทรายแห่งกาลเวลาหายไป
ม่านกั้นสีฟ้าอ่อนแยกออกเป็นช่องทาง
หลินไป๋เดินตามหลีโน่ก้าวเข้าไปด้านใน
พื้นที่ภายในกว้างขวางผิดปกติ
รอบด้านเต็มไปด้วยห้องแยกเป็นช่อง ๆ คล้ายรวงผึ้ง เรียงรายหนาแน่น
ทอดยาวจากพื้นเบื้องล่างไปจนสุดสายตา
บนผิวของแต่ละช่องมีลวดลายแสงหลากสีไหลเวียนอยู่
ผู้คนแต่งกายหลากหลายเดินขวักไขว่ไปมาระหว่างช่องรวงผึ้ง
บางคนถือไม้เท้าเวท บางคนสะพายดาบใหญ่ บางคนมีแขนขาเทียมกลไกแทนร่างกายไปครึ่งหนึ่ง
“ห้องพวกนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง?” หลินไป๋ถาม
