ภายในคลังสมบัติที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน 55 เมตร
กู้ชางหลานถือสมุดปกแข็งเล่มหนึ่งที่ไม่รู้ไปค้นเจอมาจากไหน แขนเสื้อพับขึ้นสูง กำลังสั่งการผู้เหนือมนุษย์จากตระกูลโจวกลุ่มหนึ่งอย่างออกรสออกชาติ
“กล่องแก่นน้ำแข็งขั้วโลกนั่นเบามือหน่อย! พวกโง่เอ๊ย! ถ้าทำแตกไปสักขวด ต่อให้ขายทั้งครอบครัวพวกแกก็ชดใช้ไม่ไหว! ใช้พลังวิญญาณประคองไว้แล้วค่อยยกไป!”
ยอดฝีมือของตระกูลโจวถูกด่าจนแทบไม่เหลือชิ้นดี แต่ไม่มีใครกล้าปริปาก ได้แต่กล้ำกลืนความอัดอั้น เร่งเร้าพลังวิญญาณในร่างอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยกกล่องเดินออกไป
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นซูนั่งอยู่บนแท่นกลไกลอยตัว ดวงตากลไกส่องแสงสีแดงเย็นเยียบ จ้องชายฉกรรจ์จากตระกูลจ้าวหลายคนที่กำลังขนชิ้นส่วนเครื่องจักรอย่างเย็นชา
“เฟืองรุ่นสองห้ามใส่กล่องเดียวกับเกราะหนัก เดี๋ยวสีเคลือบผิวจะถลอก”
“วางลง แล้วไปขนของหนัก” เด็กสาวจักรกลพูดกับคนตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายฉกรรจ์จากตระกูลจ้าวสูงกว่าสองเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดทั่วร่าง ปกติก็เป็นพวกที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน
แต่ตอนนี้กลับถูกเด็กสาวตัวเล็กอบรมจนต้องก้มหน้าก้มตา เหงื่อแตกพลั่ก พลางจัดแยกของใส่กล่องใหม่
“เร็วเข้า ฉันมีความอดทนจำกัด” เสิ่นซูแค่นเสียง ก่อนก้มหน้าขีดเครื่องหมายถูกลงบนรายการในมือ
หลินไป๋พิงประตูโลหะสีทองคล้ำ มองภาพการขนย้ายที่กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก
ผลึกพลังจิต วัสดุล้ำค่า และอุปกรณ์จักรกลเกราะระดับสูงถูกลำเลียงขึ้นมาจากใต้ดินไม่ขาดสาย แล้วขนขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่
คลังสมบัติมหึมาของตระกูลเซี่ยค่อย ๆ ว่างเปล่าลง แม้แต่ชั้นเหล็กตรงมุมกำแพงก็ยังไม่เว้น
