กระดิ่งลมหน้าร้านขายของเบ็ดเตล็ดดังกรุ๊งกริ๊งรัว ๆ เมื่อถูกกระแทก
หลินไป๋ผลักประตูเข้าไป ก็เห็นกู้ชางหลานกำลังอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่
หลังเคาน์เตอร์ เสิ่นซูยกขาเรียวสวยขึ้นไขว่ห้าง มือถือที่ตะไบเล็บ ตั้งอกตั้งใจขัดเล็บของตัวเอง
“แหม นาน ๆ ทีจะมาเยือนนะ”
เสิ่นซูเป่าเศษเล็บออกจากปลายนิ้ว โดยไม่แม้แต่จะเงยเปลือกตา
“อะไร? วงเวททำลายพลังวิญญาณพัง ไม่มีเงินซื้อวัตถุดิบ เลยคิดจะมาขอให้ตาเฒ่าแบ่งของให้หรือไง?”
หลินไป๋ไม่สนใจคำเหน็บแนมประจำวันของยัยตัวเล็กปากร้าย
เขาลากเก้าอี้มานั่งตามสบาย แล้วล้วงถุงกระดาษอุ่น ๆ ออกจากกระเป๋าเสื้อ
หักแบ่งครึ่งหนึ่ง แล้ววางลงตรงหน้ากู้ชางหลาน
กลิ่นหอมหวานไหม้ ๆ พลันฟุ้งกระจาย
มันคือมันเทศเผา
ในเขตเมืองชั้นนอกที่แม้แต่แป้งสังเคราะห์ยังถูกจำกัดปริมาณ ของแบบนี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ต้องรอให้ถึงเทศกาลปีใหม่ถึงจะกล้าฝันถึง
เป็น “ทองคำอ่อนแห่งแดนรกร้าง” อย่างแท้จริง
จมูกกู้ชางหลานขยับเล็กน้อย มือที่กำลังดันแว่นชะงักค้าง
ใบหน้าเคร่งขรึมของชายชราคลายลงทันที
“ไม่มีธุระก็ไม่เห็นเอาของมาให้ ถ้าไม่หวังผลก็ต้องคิดร้ายแน่”
ปากตาเฒ่าพูดอย่างนั้น แต่มือกลับซื่อตรงยิ่ง
เขาคว้ามันเทศเผาขึ้นมากัดคำใหญ่ทันที
“ฮู่... ว่ามา มีธุระอะไร? ขอบอกไว้ก่อนนะ วงเวททำลายพลังวิญญาณเป็นสิ่งที่เธอเลือกเอง จะเปลี่ยนก็ไม่ได้”
“โธ่ คุณพูดซะอย่างกับผมเป็นคนแบบนั้น”
หลินไป๋โน้มตัวมาข้างหน้า ยิ้มอย่างเด็กหนุ่มข้างบ้านผู้แสนไร้พิษภัย
“คุณกู้ ผมอยากถามอะไรสักเรื่อง”
