นอกเมือง ลึกเข้าไปในดินแดนรกร้าง
สายลมบ้าคลั่งหอบเม็ดทรายกระหน่ำใส่ซากโลหะขึ้นสนิมดังเปรี้ยงปร้าง
ทีมเก็บของเก่ากลุ่มหนึ่งกำลังฝ่าซากปรักหักพังขนาดมหึมาไปอย่างยากลำบาก
ที่นี่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของยุคเก่า—เมืองเมฆา
บัดนี้มันเป็นเพียงซากศพขนาดมหึมาที่ทอดขวางอยู่บนเส้นขอบฟ้า ส่งกลิ่นอับเน่าและความตายออกมา
“ลูกพี่ พวกเรามาที่กันดารแบบนี้ทำไม?”
นักเก็บของเก่าหนุ่มเตะเศษหินที่อยู่ข้างเท้าทิ้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“เมืองเมฆาถูกทำลายมานับพันปีแล้ว กระทั่งเศษกระดูกยังโดนคนอื่นแทะจนเกลี้ยง จะเหลือส่วนแบ่งอะไรให้พวกเราอีก?”
ชายแผลเป็นที่เดินนำอยู่หยุดฝีเท้า
เขาหันกลับมาถลึงตามองอีกฝ่าย แววตาดุดัน
“หุบปาก! สั่งให้หาอะไรก็หา!”
ชายแผลเป็นลดเสียงลง น้ำเสียงแฝงความบ้าคลั่งของนักพนัน
“อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า! ที่นี่คือต้นตอของมหาภัยพิบัติ!”
“ต่อให้ผ่านมานับพันปีแล้ว ขอแค่ขุดอะไรจากใต้ซากนี่ได้สักหน่อย พวกเราก็กลับไปเสวยสุขในเขตเมืองชั้นในได้ กินของดี นอนกับสาวงามที่สุด!”
“โดยเฉพาะแบบนั้น...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง
ชายแผลเป็นก็เหมือนถูกใครสักคนบีบคอ เสียงพลันขาดหายไป
เขาเห็นลูกน้องที่กำลังบ่นอยู่เมื่อครู่จู่ ๆ ก็แข็งทื่อไปทั้งตัว
ลูกน้องคนนั้นจ้องกำแพงพังทางด้านข้างตาไม่กะพริบ อ้าปากกว้าง แต่กลับเปล่งเสียงไม่ออกแม้แต่น้อย
“เฮ้ย แกเป็นอะไรไป...”
หึ่งงง—!
แสงสีม่วงปีศาจประหลาดสายหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากรอยแยกบนกำแพงพังโดยไร้สัญญาณเตือน
แสงนั้นเหนียวข้นราวกับของเหลวมีชีวิต ทั้งยังมีกลิ่นผลไม้สุกงอมเกินไป หวานเลี่ยนจนชวนคลื่นไส้
