20 นาทีต่อมา
รถคันหนึ่งซึ่งมีตรากองกำลังป้องกันเมืองติดอยู่แล่นมาจอดอย่างเร่งรีบนอกแนวกั้น
ประตูรถยังเปิดไม่ทันสุด เหลยหนั่วที่เดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายอยู่ตรงนั้นก็รีบปรี่เข้าไปหา ราวกับไฟลนก้น
เมื่อเห็นชายหญิงแปลกหน้าสองคนนั่งอยู่เบาะหลัง สีหน้าของผู้บัญชาการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดก็ผ่อนคลายลงในที่สุด เขาถอนหายใจยาว
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังวางใจไม่เต็มที่ เขาหันไปมองนายทหารคนสนิทหนุ่ม
กระทั่งอีกฝ่ายพยักหน้ายืนยัน เขาจึงคลายความกังวลที่ค้างคาอยู่ในใจลงได้
เขารีบเดินไปที่เบาะหลัง ก้มตัวเปิดประตูรถ
“อาจารย์กู้ คุณหนูเสิ่น เชิญครับ” เหลยหนั่ววางท่าทีอ่อนน้อมอย่างที่สุด
กู้ชางหลานกับเสิ่นซูก้าวลงจากรถ
เพียงมองไปแวบเดียว ทั้งคู่ก็หยุดชะงักพร้อมกัน
เบื้องหน้า ฐานที่มั่นของตระกูลเซี่ยซึ่งตั้งตระหง่านมานานนับร้อยปี...หายไปแล้ว
เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ถูกรื้อจนราบกับพื้นและผืนดินไหม้เกรียม
นี่...ตามที่นายทหารคนสนิทของกองกำลังป้องกันเมืองบนรถบอกเมื่อครู่
หลินไป๋เป็นคนทำหรือ?
หลินไป๋กลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
เสิ่นซูกลืนน้ำลาย ภาพที่เธอพบหลินไป๋เป็นครั้งแรกในเมืองหินดำพลันผุดขึ้นมาในหัว
ตอนนั้นหลินไป๋เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือมนุษย์ เป็นเด็กหนุ่มหัวรั้นที่ต้องคำนวณทุกอย่างอย่างรอบคอบ แม้แต่เรื่องเอาชีวิตรอด
แต่เพิ่งผ่านมานานแค่ไหนเอง?
เจ้าหมอนี่กลับบุกเดี่ยวโค่นตระกูลใหญ่ระดับสูงสุดของนครเสรีได้แล้ว!
ความเร็วในการเติบโตที่แทบไม่ใช่มนุษย์เช่นนี้ ทำให้เสิ่นซูรู้สึกขนลุกซู่
