ลูกกระเดือกของหลินไป๋ขยับไหว ไหล่ที่เกร็งแน่นพลันผ่อนลง
เขากลืนน้ำลาย แล้วควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุด
“คุณรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?” เขาถามในใจ
“ที่นี่สบายจัง” น้ำเสียงของซูหวานฟังดูผ่อนคลาย ราวกับตอนที่เธอเคยนอนขดอยู่บนโซฟาอาบแดดในวันหยุดสุดสัปดาห์
“ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าสุดท้ายเจ้าสิ่งนี้จะช่วยชีวิตฉันไว้”
น้ำเสียงของซูหวานเจือแววทอดถอนใจ
“ตอนนั้นฉันกับจิตสำนึกของโลกกำลังเตรียมส่งคุณไปเวียนว่ายตายเกิดในโลกอื่น ก็กลัวว่าคุณจะเจออันตราย”
“เลยฉีกต้นกำเนิดส่วนหนึ่งจากร่างตัวเอง แล้วยัดใส่สมองคุณ”
“ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายมันจะกลายเป็นฟางช่วยชีวิตฉัน”
หลินไป๋ชะงัก สมองคล้ายหยุดทำงานไปชั่วขณะ
เขาต้องใช้เวลาย่อยข้อมูลมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น จึงค่อยได้สติกลับมา
ที่แท้พลังโกงของเขาก็มาจากภรรยาตัวเองนี่เอง
แถมยังมี...จิตสำนึกของโลก...การเวียนว่ายตายเกิด...
เมื่อพันปีก่อน...
ทุกเรื่องราวค่อย ๆ เชื่อมโยงกันเป็นเส้นสายในสมองของหลินไป๋
เขาเริ่มมองเห็นต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดราง ๆ
“โธ่เอ๊ย สามี คุณลากฉันเข้ามาอยู่ในนี้ ความสามารถในการคาดการณ์เดิมของกระดาษหนังแกะก็หายไปเลยนะ”
“คุณคงไม่โกรธหรอกใช่ไหม?” ซูหวานแสร้งทำเสียงออดอ้อนหยอกเย้าอย่างมีจริต
“โกรธสิ ทำไมจะไม่โกรธ!” หลินไป๋กลอกตา
“งั้นตอนนี้คุณก็ออกไป แล้วเอากระดาษหนังแกะของฉันคืนมาสิ?”
“กล้าเหรอ!” ซูหวานแค่นเสียง
“ฮ่า ๆ พอแล้ว ๆ กระดาษผุพังแผ่นนั้นจะสำคัญเท่าคุณได้ยังไง”
