“พวกท่านได้เห็นกับตาเมื่อคืนแล้วว่าใต้เท้าหลินแข็งแกร่งเพียงใด”
“แม้แต่อัศวินผู้ถือโคมรุ่นก่อนที่กลายพันธุ์—สัตว์ประหลาดที่ทำให้ทุกคนสิ้นหวัง—ก็ยังพ่ายแพ้ต่อหน้าเขาอย่างไร้ทางสู้”
มหาปุโรหิตมีแววตาเป็นประกาย
“นั่นคือพลังที่เหนือกว่าความเข้าใจของพวกเรา”
“สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่หวาดกลัว ไม่ใช่สงสัย”
มหาปุโรหิตประสานมือทั้งสองข้าง กดลงแนบอกอย่างหนักแน่น แล้วทำพิธีคารวะเก่าแก่ยิ่ง
“เรามีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องทำ นั่นคือรอคอย รอให้ใต้เท้าหลินกับหลีโน่กลับมา”
“เพลิงศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีวันดับสูญ”
เหล่าประชาชนได้รับอิทธิพลจากคำพูดนั้น
พวกเขาค่อย ๆ ยกแขนผอมแห้งราวหนังหุ้มกระดูกขึ้น ประสานมือทั้งสองข้างไว้แนบอก
“เพลิงศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีวันดับสูญ” เสียงพึมพำหลอมรวมกันดังก้องดุจคลื่นทะเล
เมื่อเริ่มสวดภาวนา แสงสีขาวริบหรี่จุดแล้วจุดเล่าก็เอ่อล้นออกจากร่างของผู้คน
แต่คราวนี้กลับมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ที่ผ่านมา พลังศรัทธาเหล่านี้จะลอยไปยังแท่นบูชาเพลิงแรกบนยอดเขา เพื่อเป็นเชื้อหล่อเลี้ยงม่านเพลิงปฐมกาล
แต่ตอนนี้ แสงบางจุดกลับลอยค้างอยู่กลางอากาศ
ไร้เป้าหมาย หรือพูดให้ถูกคือไร้ภาชนะรองรับ
มีผู้คนมากมาย โดยเฉพาะคนที่เห็นหลินไป๋ลงมือกับตาเมื่อวานนี้
พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายในการสวดภาวนาไปโดยไม่รู้ตัว จากอัศวินผู้ถือโคมที่เคยศรัทธา มาเป็นอีกคนหนึ่ง
พลังที่หลินไป๋แสดงให้เห็นได้เข้ามาแทนที่อัศวินผู้ถือโคมในสายตาของเหล่าผู้สิ้นหวังที่ไร้ทางไป กลายเป็นความหวังที่จะได้รับการช่วยเหลือครั้งใหม่
