“เปิดประตู!”
เซี่ยชิงถังไม่มีเวลาทักทาย เธอตะโกนเสียงแหบพร่า
ชายสองคนนั้นไม่กล้าชักช้า รีบหันไปช่วยกันออกแรงดึงประตูโลหะบานหนักให้เปิดออก
หลินไป๋พาคนทยอยกรูกันเข้าไป
สภาพภายในห้องย่ำแย่ คงเป็นห้องเก็บของ
มุมห้องมีคนบาดเจ็บสาหัสสามคนนอนอยู่ บางคนขาขาด บางคนท้องถูกกรีดจนเปิด พวกเขากัดท่อนไม้ไว้แน่น พลางครางด้วยความเจ็บปวด กลิ่นคาวเลือดกับกลิ่นเหงื่อคลุ้งไปทั่วห้อง
“เร็ว! ปิดประตู!”
ทันทีที่เข้ามา เซี่ยชิงถังก็ทรุดพิงกำแพงราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมด แต่คำสั่งจากปากเธอกลับไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว
ชายเฝ้าประตูทั้งสองขยับอย่างคล่องแคล่วจนชวนให้ปวดใจ
ปัง!
ประตูใหญ่ปิดกระแทกเสียงดัง
จากนั้นทั้งคู่ก็รีบเอาชั้นวางของ โต๊ะ และเก้าอี้ที่เตรียมไว้ก่อนแล้วมาขวางหน้าประตู ก่อนจะใช้ไหล่ยันประตูไว้สุดแรง!
“ยืนบื้อทำไม! มาช่วยกันสิ!!”
คนบาดเจ็บทั้งสามที่นอนอยู่บนพื้น แม้ไส้แทบจะทะลักออกมาแล้วก็ยังฝืนตะเกียกตะกายลุกขึ้น พวกเขากัดฟันพุ่งเข้าหาประตู
ใช้ทั้งหลังและไหล่ ออกแรงทั้งหมดที่มีดันประตูบานนั้นไว้แน่น
“พวกคุณ...”
บัคอ้าปากค้าง
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“เลิกพูดมาก! รีบมาช่วยดัน!” ชายหนวดเครารุงรังตะโกนลั่น เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปน ดวงตาจ้องเข็มวินาทีบนนาฬิกาข้อมืออย่างหวาดผวา
“เหลืออีก 10 วินาที! เสียงระฆังจะดังแล้ว!”
แววตาของหลินไป๋ไหววูบ เขาเข้าใจจุดสำคัญขึ้นมาในทันที
ยอดเยี่ยมจริง ๆ
เจ้าพวกตัวใหญ่ทึ่มทื่อกลุ่มนี้คิดวิธีแบบนี้ได้ด้วย
