เขตใจกลางนครเสรี
ด้านนอกคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยซึ่งกินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล
โคมไฟถนนเล่นแร่แปรธาตุสองข้างทางส่องแสงสีเหลืองสลัว
หลินไป๋สวมชุดดำทั้งตัว สอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างสบาย ๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคง
ราวกับออกมาเดินเล่นหลังมื้ออาหาร เขาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่สูงสิบเมตรของตระกูลเซี่ย
ภายในคฤหาสน์เงียบงันไร้ผู้คน
ไฟเตือนภัยเล่นแร่แปรธาตุส่งเสียงแหลมกะพริบอยู่บนกำแพง ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงคนแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าตระกูลเซี่ยได้รับข่าวว่าหลินไป๋กำลังจะมาถึงตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว
ด้านในประตูใหญ่ ห่างออกไป 30 เมตร บนบันไดของอาคารหลัก
เซี่ยหลิงซึ่งขาทั้งสองข้างขาดกุดจนต้องนั่งแหมะอยู่บนรถเข็น จ้องเงาร่างในชุดดำที่อยู่นอกประตูเหล็กตาเขม็ง
ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความหวาดกลัวอย่างรุนแรงทำให้ร่างของเขาสั่นระริกราวกับถูกจับเขย่า ความเจ็บปวดลวงจากขาที่ขาดทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวจนแทบจำไม่ได้
“มันมาแล้ว! เจ้าตัวประหลาดนั่นมาแล้ว!” เซี่ยหลิงกำที่วางแขนของรถเข็นแน่นจนเล็บพลิกกลับและมีเลือดไหล
“ผู้อาวุโสสาม! เปิดค่ายกล! รีบเปิดค่ายกล! ห้ามปล่อยให้มันเข้ามาเด็ดขาด! มันจะฆ่าพวกเราทุกคน!”
ผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลเซี่ยซึ่งประจำอยู่ข้างรถเข็นมีเหงื่อเย็นผุดเต็มศีรษะ
แม้จะอยู่ห่างกันหลายสิบเมตร แม้ชายชุดดำตรงหน้าจะไม่มีคลื่นพลังวิญญาณแม้แต่น้อย
แต่เพียงนึกถึงประมุขตระกูลของตน ผู้เป็นถึงจ้าวแห่งลาวาขั้นลำดับ 4 ซึ่งตายด้วยน้ำมือของชายคนนี้ ลมหายใจของเขาก็เจ็บแปลบขึ้นมา
