โจวเจิ้นชางถอนหายใจ เคาะโต๊ะเบา ๆ
“ตอนนี้เราทำได้แค่หาทางยอมอ่อนข้อ เตรียมวัตถุดิบเหนือมนุษย์ระดับสูงสุดไว้ แล้วลดทิฐิไปขอโทษเขา ทำให้เขาใจเย็นลงก่อนค่อยว่ากัน”
เมื่อได้ยินคำว่า “ยอมอ่อนข้อ” ลู่โจวก็มีสีหน้าไม่ยินยอมอย่างยิ่ง
ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ เขาคุ้นชินกับการวางอำนาจเหนือผู้อื่น การต้องไปทำตัวเป็นหลานให้ไอ้หนุ่มต่างถิ่นคนหนึ่ง ยิ่งทำให้เขาทรมานเสียกว่าถูกฆ่า
“ประมุขตระกูลโจว ไม่จำเป็นต้องยกยอข่มขวัญอีกฝ่ายจนเกินไป!” ลู่โจวกัดฟันแค่นเสียง พยายามกลบเกลื่อนความไม่มั่นใจ
“ต่อให้หลินไป๋จะเก่งกาจแค่ไหน เขาก็มีแค่คนเดียว! จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้หรือไง?”
ลู่โจวพูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังปลุกใจตัวเอง
“การประชุมปิดของสภาสูงสุดมีเวลาแค่ 7 วัน! ตอนนี้ผ่านไป 3 วันแล้ว ขอแค่รออีก 4 วัน สมาชิกสภาทั้ง 7 คนก็ออกจากการเก็บตัว!”
“ถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะหวังอวิ๋นเทียนหรือฟู่เหลียว ขอแค่สภาสูงสุดร่วมกันกดดัน ก็ไม่มีใครขัดขืนเจตจำนงของนครเสรีได้!”
“น้ำยาสืบต้นกำเนิดเป็นเรื่องสำคัญมาก พวกสมาชิกสภาไม่มีทางยอมให้หลินไป๋ทำตามอำเภอใจแน่!”
ปัง!
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ประตูไม้หนาหนักของห้องหนังสือก็ถูกใครบางคนกระแทกเปิดจากด้านนอกอย่างแรง
บานประตูกระแทกผนังเสียงดังสนั่นจนหูอื้อ
คนในห้องสะดุ้งพร้อมกัน แล้วหันไปมองเป็นตาเดียว
สายสืบฝีมือดีของตระกูลโจวคนหนึ่งหน้าตาตื่นตระหนก คลานสะเปะสะปะเข้ามาในห้อง
ถึงขั้นไม่มีเวลาทำตามธรรมเนียมรายงานตัวขั้นพื้นฐาน
“บังอาจ! ไร้มารยาทสิ้นดี!” โจวผิงตวาด แล้วทำท่าจะก้าวเข้าไปเตะ
