“ขอดูแบบแปลนหน่อยได้ไหม” หลินไป๋ถามหยั่งเชิง
ในเมื่อเป้าหมายที่เขามายังโลกนี้คือการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ย่อมหนีไม่พ้นวิชาพื้นฐานที่สุดอย่างวิชานี้
“เอาไปดูสิ ไม่ใช่ของมีค่าอะไรสักหน่อย”
เจ้าหนุ่มอ้วนยื่นให้ส่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว สีหน้าหม่นหมอง
“แต่วิชาอาคมยึกยือพวกนี้ยากจริง ๆ”
“ฉันทุ่มเทอยู่กับมันมาตลอด 3 ปี แต่กระทั่งจุดพื้นฐาน 300 จุดตรงวงนอกก็ยังจำได้ไม่หมด”
“การทำให้วงจรคงรูปอยู่บนร่างกาย ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก”
หลินไป๋รับแบบแปลนมา แล้วกางวางบนตัก
ทันทีที่สายตาแตะลงบนกระดาษ
เขาก็เห็นรูปทรงเรขาคณิตที่ถักทอแน่นขนัดราวใยแมงมุม ตัวแปรและพารามิเตอร์ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ รวมถึงช่องทางพลังงานที่ไขว้สลับอย่างซับซ้อน ทุกอย่างพันกันยุ่งเหยิงราวกับปมเชือก
สมองของเขาต่อต้านขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
ขมับเต้นตุบ ๆ แม้แต่เส้นบนกระดาษก็เริ่มบิดเบี้ยวไปมาเลือนราง
ของสิ่งนี้ใช้สมองมากจริง ๆ
หากไม่มีพรสวรรค์ด้านพลังจิตที่แข็งแกร่งและความสามารถในการคำนวณระดับสูง คนธรรมดาแค่มองก็เวียนหัวคลื่นไส้แล้ว
ในชั่วขณะที่หลินไป๋กำลังจะหลับตาเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียน
ลึกเข้าไปในทะเลจิตสำนึก
กระดาษหนังแกะแผ่นนั้นซึ่งเงียบงันสนิทหลังจากซูหวานเข้ามา ก็ส่งเสียงคลี่กระดาษเบา ๆ
บนกระดาษสีเหลืองเก่า ตัวอักษรสีเลือดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
[ตรวจพบวิชาเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่รู้จัก]
[เริ่มวิเคราะห์และบันทึก...]
[ความคืบหน้าการบันทึก: 1%...2%...50%...]
ตัวเลขสีทองหม่นขยับอย่างรวดเร็วราวกับน้ำหลากทะลัก ไม่เปิดโอกาสให้สมองได้ตอบสนอง
