เฉินหยวนไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย หลังจากกินข้าวกับจู้อวี้เหยียนเสร็จ เขาก็ถูกเธอลากไปเดินห้าง
“คุณเพิ่งย้ายมา ของใช้ทุกอย่างก็ต้องซื้อใหม่หมด ไหน ๆ คุณก็ช่วยฉันไว้ งั้นของพวกนี้ฉันออกเงินให้เอง ดีไหม?”
จู้อวี้เหยียนเดินอยู่ข้างเฉินหยวน เมื่อครู่เพิ่งดื่มเหล้าไปเล็กน้อย แก้มสวยจึงแต้มสีแดงระเรื่อชวนมึนเมา
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะเคยมีความสัมพันธ์กับซุนอวี่เยี่ยน แต่เมื่อมีสาวสวยระดับจู้อวี้เหยียนเดินอยู่ข้างกาย ถ้าเฉินหยวนยังไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด ก็ไม่สมกับเป็นผู้ชายแล้ว
หวั่นไหวก็ส่วนหวั่นไหว เฉินหยวนไม่ได้ขาดเงินแค่นี้ และไม่อยากให้จู้อวี้เหยียนมองว่าเขาขี้เหนียว
“ได้สิ คุณชอบอะไร ผมซื้อให้เหมือนกัน!”
จู้อวี้เหยียนไม่ได้พูดอะไร เพียงเม้มริมฝีปากสีแดงแล้วหัวเราะเบา ๆ
ทั้งสองเดินไปข้างหน้า ไม่นานก็ถึงชั้นหนึ่งของห้าง
ตอนนี้ชั้นหนึ่งของห้างเต็มไปด้วยผู้คน เฉินหยวนรู้สึกเสียดายที่มาที่นี่ รู้อย่างนี้ว่าคนเยอะขนาดนี้ เขายอมนอนบนพื้นยังจะดีกว่า
เห็นเขาทำหน้าตาไม่เต็มใจ จู้อวี้เหยียนก็ยิ้มแย้มแล้วหยอกล้ออย่างขบขัน
“ทำไม เขินขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“คนเยอะขนาดนี้ เดินอยู่กับสาวสวยอย่างคุณ ผมกลัวจะโดนคนแทงเอาน่ะสิ”
“ฮิ ๆ ปากหวานจริงนะ!”
จู้อวี้เหยียนใช้มือขวาปิดปากหัวเราะคิกคัก ส่วนมือซ้ายชี้ไปยังฝูงชนด้านหน้า
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว ไปดูกันหน่อยไหม? ไม่ได้เห็นอะไรคึกคักแบบนี้มานานแล้ว หรือว่ากำลังจัดกิจกรรมอะไรอยู่?”
เฉินหยวนไม่คิดว่ากิจกรรมในห้างจะมีอะไรให้ได้ประโยชน์ฟรี ๆ ง่ายขนาดนั้น
ทั้งสองเบียดเข้าไปในฝูงชน ถึงได้เห็นว่าด้านในมีแผงลอยตั้งอยู่สิบกว่าแผง บนแผงเต็มไปด้วยเครื่องหยก ของเก่า และของประดับตกแต่งนานาชนิด
