ไม่รู้ว่าพี่น้องตระกูลหลินโชคดีหรือไม่ ช่วงหลายครั้งที่ขึ้นเขามานี้ พวกเขากลับไม่เคยพบหมูป่าที่ยังมีชีวิตเลยสักตัว
ใกล้จะถึงบริเวณกับดักแล้ว หลินซงก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว วิ่งเหยาะ ๆ นำหน้าไปตลอดทาง
เมื่อไปถึง หลินซงก็พาหลินถงวิ่งไปตรวจดู กับดักทีละหลุม
กับดักที่ขุดไว้ตั้งแต่แรกยังอยู่ในสภาพดี มีเพียงกิ่งไม้ที่ปิดอยู่ด้านบนถูกลมพัดจนเอียงกระจัดกระจาย
หลินซงจัดกิ่งไม้ให้เรียบร้อย แล้วจึงไปดู กับดักที่ขุดไว้ด้านหลังอีกหลายหลุม
หลินเหมียนกับหลินจือกลัวว่าเด็กทั้งสองที่เดินนำหน้าไปจะพบอันตราย จึงเร่งฝีเท้าตามไป
เมื่อใกล้จะถึงตัวพวกเขา หลินซงก็หันกลับมาตะโกนเรียก
“พี่ใหญ่ พี่รอง รีบมานี่เร็วเข้า รีบมาเร็ว!”
พูดจบก็เห็นหลินถงที่ยืนอยู่ข้างหลินซงกำลังทำท่าคลื่นเหียน ส่วนสีหน้าของหลินซงเองก็ดูไม่สู้ดีนัก
เมื่อหลินเหมียนเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นหมูป่าตัวหนึ่งนอนอยู่ข้างกับดัก ถูกกินจนเหลือเพียงโครงกระดูกกับหัวครึ่งซีก
หลินจือเหลือบมองครู่หนึ่ง ก่อนจะจูงเด็กทั้งสองให้หันหลังไป
หลินเหมียนเองก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา แต่ยังฝืนใจเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
ดูจากโครงกระดูกกับหัวหมูป่าครึ่งซีกแล้ว คาดว่าคงตัวไม่เล็กกว่าหมูป่าที่ตกลงไปในกับดักคราวก่อน สัตว์ที่กินมันจนเหลือสภาพเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นเสือโคร่ง
เลือดของหมูป่าดูเหมือนเพิ่งแข็งตัว เมื่ออากาศหนาวเย็นจนหยดน้ำกลายเป็นน้ำแข็งเช่นนี้ หมูป่าตัวนี้คงถูกกินไปได้ไม่นาน
แย่แล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าเสือโคร่งอาจยังอยู่แถวนี้
“พี่ใหญ่ ที่นี่อันตรายเกินไปแล้ว พวกเราต้องรีบลงเขา”
หลินจือหันกลับมา ไม่กล้ามองหมูป่าที่ถูกกินอีก ได้แต่มองไปยังที่ไกล ๆ ครั้นมองไปก็เห็นใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนักยังมีหมูป่าอีกตัวหนึ่ง
