คุณกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าตัวเองเผลอตะลึงกับความหล่อของเขา จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “แล้วต่อจากนี้เราจะทำยังไงกัน?”
“พรุ่งนี้ออกจากเมืองกันเถอะ พอเจ้าเมืองตาย ในเมืองก็วุ่นวายไปหมด ไม่ควรอยู่ที่นี่นาน” หลินซ่านตอบ
คุณชะงัก คิดไม่ถึงว่าคำพูดที่เอาตัวรอดคนเดียวแบบนี้จะออกมาจากปากเขา
“พี่ชาย แล้วนายไม่ช่วยพวกเขาเหรอ?”
เขายิ้มพลางถาม “จะช่วยยังไงล่ะ?”
คุณพูดไม่ออก
เรื่องแบบนี้คุณจะไปรู้ได้ยังไง น่าจะเป็นปัญหาที่ตัวเอกผู้มีใจห่วงใยใต้หล้าต้องคิดไม่ใช่เหรอ?
ความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง
หลินซ่านบอกว่า “คืนนี้พักผ่อนให้ดี ล็อกประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไป”
คำกำชับของเขาทำให้คุณนึกถึงผู้บุกรุกเมื่อคืนขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วมือเผลอยกขึ้นลูบแก้มโดยไม่รู้ตัว
ตรงนั้นสะอาดหมดจด ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ แต่ความหวาดกลัวยังคงวนเวียนอยู่ในใจ
ตอนนั้นเองคุณถึงนึกได้ว่ารอบตัวยังมีอันตรายแฝงอยู่ จึงกดความรู้สึกแปลก ๆ นั้นลงอีกครั้ง แล้วมองหลินซ่านอย่างขอความช่วยเหลือ “พี่ชาย คืนนี้ฉันนอนกับนายได้ไหม?”
ทันทีที่พูดจบ บรรยากาศในห้องก็ราวกับหยุดนิ่ง
คุณเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดนี้ฟังดูชวนให้คิดไปไกลแค่ไหน
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” คุณรีบอธิบาย “แค่กลัวนิดหน่อย ไม่กล้านอนคนเดียว”
“ฉันนอนกับพื้นก็ได้! หรือจะนั่งบนเก้าอี้ทั้งคืนก็ไหว”
หลินซ่านหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “ถึงยังไงเราก็เป็นชายหญิง อยู่ห้องเดียวกันจะทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหาย”
คุณก้มหน้าคอตก “แต่ฉันกลัวจริง ๆ นะ...”
“ฉันเข้าใจ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คืนนี้ฉันจะไม่นอน จะเฝ้าอยู่หน้าประตู เธอไม่ต้องกังวล”
