เธอเรียกนักศึกษาปีสองในทีมมา ให้ช่วยกันยกลี่เก๋อไปห้องพยาบาล
หลังจากวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก พอหันกลับมาก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่เปล่งประกายระยิบระยับ แววหม่นหมองวูบผ่านไปเพียงชั่วครู่ราวกับเป็นภาพลวงตา ทว่าเมื่อมองอีกครั้งกลับเห็นแต่ความน้อยใจ
“รุ่นพี่ ทำไมไม่สนใจผมบ้างล่ะ?”
เห็น ๆ อยู่ว่าเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกทำร้ายนะ?
ทำไมถึงไปสนใจมนุษย์วานรที่ไม่รู้จักเจียมตัวคนนั้น?
เธอถึงกับพูดไม่ออก “เอ่อ...”
ลั่วเอ่อร์จ้องเธอเขม็ง “ผมรู้สึกอึดอัดในอก หายใจไม่ค่อยออก รุ่นพี่พาผมไปห้องพยาบาลหน่อยได้ไหม?”
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ ก็มีคนข้าง ๆ รีบพูดขึ้นก่อน “เมื่อกี้คงตกใจใช่ไหม รุ่นน้อง ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม?”
เขาหลุบตาลง ปกปิดความหงุดหงิดและไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะไว้
“พวกรุ่นพี่ยังต้องดูแลงานเช็กชื่อออกจากสนามแข่งไม่ใช่เหรอครับ อย่าให้เสียงานเลย ผมแค่ไม่ค่อยสบายเท่าไร ไม่เป็นไรครับ ไปเองได้”
มีคนแย้ง “แบบนั้นได้ยังไง! พวกนักศึกษาใหม่อาจยังไม่รู้ว่าห้องพยาบาลอยู่ตรงไหนก็ได้”
ลั่วเอ่อร์ไม่พูดอะไร จู่ ๆ ร่างก็เซไปมา
เมื่อครู่เขาเดินเข้ามาหาเธอเพื่อพูดด้วย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้ที่สุดพอดี จึงเอนมาพิงเธอได้อย่างเหมาะเจาะ
เธอยื่นมือประคองเขาตามสัญชาตญาณ น้ำหนักตัวที่ทิ้งลงมาทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่
“รุ่นน้อง!”
“รีบพาเขาไปตรวจเถอะ!”
คนอื่น ๆ เร่งเธอด้วยความเป็นห่วง จนไม่มีเวลาแย่งกันว่าใครจะเป็นคนพาไป
……
หลอดไฟสีขาวในห้องพยาบาลสว่างจ้าจนแสบตา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
เธอพยุงลั่วเอ่อร์มาจนถึงหน้าห้องตรวจอย่างทุลักทุเล คุณหมอประจำโรงเรียนเผ่ามนุษย์แกะผู้ใจดีกำลังจัดตู้ยาอยู่
