เธอทำหน้าบึ้ง แล้วผลักจ้านว่างออกไปอีกครั้ง
ชายหญิงในโถงทางเดินหายไปแล้ว
เธอกำลังจะปิดประตู พลันเหลือบเห็นป้ายห้อง 601 ฝั่งตรงข้าม จึงนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่ลืมไปเสียสนิท
หลี่ฮุยตายไปแล้วหรือเปล่า...
“ตายแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงจ้านว่าง เธอถึงรู้ตัวว่าพูดออกมาแล้ว ได้แต่จ้องเขาตาค้าง “นายรู้ได้ยังไง?”
จ้านว่างตอบว่า “ฉันเห็นแล้ว”
เธอรู้สึกว่าคำพูดของเขาฟังดูแปลก ๆ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เวลาจะมานั่งสงสัยเรื่องนี้ “ต้องแจ้งตำรวจไหม?”
ถ้าแจ้งตำรวจ จะถูกเรียกไปสอบปากคำหรือเปล่า? อย่างไรเธอก็อาจเคยเจอหน้าฆาตกรมาแล้ว
ที่จริงเธอค่อนข้างกลัวเจ้าหน้าที่ เพราะเคยเห็นพวกเขายิงชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินอยู่บนถนนจนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา โดยอ้างว่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่
“ได้สิ” จ้านว่างกลับคิดว่าเธอกำลังสั่งเขา จึงหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรทันที
“สวัสดีครับ แจ้งตำรวจครับ”
“ใช่ครับ มีคนตายในหมู่บ้านผิงอัน”
“ได้ครับ ผมจะรออยู่ที่นี่”
เธอยืนอ้าปากค้างอยู่ข้าง ๆ
กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา หัวหน้าทีมก็ยังเป็นนายตำรวจสืบสวนคนเดิม
เดิมทีเขามีสีหน้าเคร่งขรึม แต่พอเห็นจ้านว่างกลับไม่ถามอะไรสักคำ แค่ให้เปิดประตูห้อง 601 เข้าไปยืนยันว่าหลี่ฮุยเสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเสร็จก็สั่งเลิกงานทันที
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฆาตกรก็คงเป็นตัวตลกอีกนั่นแหละ จ้านว่าง พยายามออกไปจากตึกนี้เถอะ ตอนนี้อันตรายเกินไปแล้ว”
เขาพูดได้แค่นี้
ผู้สืบทอดคนต่อไปของกลุ่มบริษัทเตี่ยนเฟิงจะเลือกอยู่ที่ไหน ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะไปก้าวก่ายได้
ช่วงบ่าย ข่าวการตายของหลี่ฮุยแพร่ไปทั่วทั้งตึกและหมู่บ้าน สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สืบสวน พวกเขาพบว่าคนในห้อง 102 ก็ตายแล้วเช่นกัน