เซียวหยวนอีรู้ตั้งแต่เล็กว่านางเป็นที่โปรดปราน
พระมารดาของนางคือเสิ่นกุ้ยเฟย ผู้เลอโฉมที่สุดในนครหลวง
พระบิดาของนางคือประมุขแห่งใต้หล้า
ตระกูลฝั่งพระมารดาก็เป็นตระกูลสูงศักดิ์มีชื่อเสียง
นางต้องการลมก็ได้ลม ต้องการฝนก็ได้ฝน
นอกจากไม่ได้รับถ่ายทอดความงามจากพระมารดาแล้ว แทบไม่มีเรื่องใดขัดใจนางเลย
ทว่า ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนไปหลังจากฉินจินจือถูกรับเข้าวัง
ฮ่องเต้ทรงยุ่งอยู่กับราชกิจ เวลามาพบพระพักตร์นางมีไม่มากนัก แต่เมื่อเทียบกับพระพี่นางพระขนิษฐาองค์อื่นๆ แล้ว นางยังพบพระพักตร์ฮ่องเต้ได้ง่ายกว่าโข
แต่ฮ่องเต้กลับทรงนำฉินจินจืออีต่ำช้านั่นมาชุบเลี้ยงใกล้ชิด
ตำหนักทรงอักษร ตำหนักหย่างซิน นางไม่เคยย่างกรายเข้าไป
แต่ฉินจินจือกลับเข้าออกดั่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ทรงสอนขี่ม้า ยิงธนู จับมือสอนด้วยพระองค์เอง
ฮ่องเต้ยังทรงอนุญาตให้นางไม่ต้องเรียนรู้กฎเกณฑ์และมารยาทต่างๆ
ก่อเรื่องวุ่นวายก็จะทรงช่วยแก้ไขให้ด้วยพระองค์
ฉินจินจืออาศัยอะไรถึงได้รับทุกสิ่งนั่น!
นางต่างหากคือพระธิดาของฮ่องเต้!
นางเซียวหยวนอีต่างหากคือองค์หญิงผู้ทรงเกียรติ!
ในที่สุด นางก็พบจุดอ่อนของฉินจินจือ
ฉินจินจือนั้นหมายปองเผยจิ่นเหนียนผู้เป็นดั่งบุตรแห่งสวรรค์ แต่เผยจิ่นเหนียนรังเกียจนาง!
เรื่องนี้ทำให้นางดีใจแทบคลั่ง
เผยจิ่นเหนียนยังได้หมั้นหมายกับชุยหยิงสหายคนสนิทของนาง ทำให้นางพอจะมีโอกาสพูดจากับเผยจิ่นเหนียนได้บ้าง
ดังนั้น นางจึงมักกล่าวร้ายป้ายสีฉินจินจือให้เผยจิ่นเหนียนฟังอยู่เสมอ เผยจิ่นเหนียนก็ยิ่งรังเกียจนางหนักขึ้น
ทุกครั้งที่เห็นฉินจินจือกระทำชั่ว ก็จะออกปากตำหนิ ได้เห็นฉินจินจือกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นางก็สุขใจยิ่งนัก
ดังนั้น เมื่อเห็นฉินจินจือกำลังรังแกนางกำนัลอีกครั้ง นางจึงจงใจล่อให้เผยจิ่นเหนียนผ่านไปทางนั้น
