ฉินจินจือในฐานะทายาทเพียงผู้เดียวของฉินเยี่ย เป็นนายหญิงแห่งจวนอ๋องเจิ้นเป่ยในอนาคตเพียงหนึ่งเดียว
ไม่น้อยคนต่างต้องการชีวิตของนาง
หากนางตาย ฉินเยี่ยก็ไร้ผู้สืบทอด รอวันที่ฉินเยี่ยสิ้นลม กองทัพเจิ้นเป่ยก็จะไร้ผู้นำ
ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสูงศักดิ์หรือแคว้นศัตรู ต่างก็อยากเห็นภาพที่กองทัพเจิ้นเป่ยไร้ผู้นำ
ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงนำฉินจินจือเข้าวังหลวงมาชุบเลี้ยง ก็เพื่อปกป้องนาง
แต่ถึงแม้จะอยู่ภายใต้ร่มปีกของฮ่องเต้และฮองเฮา ฉินจินจือก็ถูกลอบสังหารมาตั้งแต่เล็กจนเป็นเรื่องปกติ
โชคดีที่ฉินจินจือเฉลียวฉลาดเกินวัย
ตั้งแต่เล็กก็สามารถสัมผัสถึงมุ่งร้ายที่อยู่รอบตัวได้
ถึงขั้นอาศัยตนเองหลบหลีกการลอบสังหารมาได้หลายครั้ง
เด็กอายุเจ็ดแปดขวบ ยังอยู่ใต้ปีกของครอบครัววิ่งเล่นกันอยู่ ฉินจินจือกลับสามารถพูดคุยกับฝ่าบาทได้อย่างสงบว่าการลอบสังหารครั้งนี้ฝีมือของตระกูลใด
ในวันคล้ายวันเกิดอายุแปดขวบ ฉินจินจือได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่ง
บนนั้นมีที่อยู่แห่งหนึ่ง ในจดหมายมีเพียงสองประโยค
“มารดาของเจ้ายังไม่ตาย”
“นางรอเจ้าอยู่ที่นี่”
นั่นคือครั้งเดียวในชีวิตของฉินจินจือที่มีความหวังโหยหาอยู่ในใจ
นางไม่ได้ขาดความรัก ตรงกันข้าม สำหรับคำที่ว่าผู้ไร้ใจที่สุดคือราชนิกุล ฉินจินจือไม่เคยรู้สึกเช่นนั้น
ในทางกลับกัน ความรักที่ฮ่องเต้และฮองเฮาไม่อาจมอบให้พระโอรสธิดาของพระองค์ ล้วนมอบให้นาง
ต่อให้ท่านปู่จะอยู่ไกลถึงชายแดน ทุกวันคล้ายวันเกิดก็จะลงมือทำกุญแจอายุยืนยาวให้นางด้วยตนเอง
