“เอาล่ะ พวกคุณจะยังทะเลาะกันไม่จบก็ห้ามทะเลาะต่อแล้วนะ ไม่งั้นฉันจะลงโทษพวกคุณ ตอนนี้ทุกคนเงียบ ๆ แล้วมาฟังเพลงด้วยกันเถอะ”
พูดจบ หมิงซีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา วางกล้องไว้ตรงหน้า ลุกไปนั่งข้างเพื่อนร่วมห้อง แล้วเอาโทรศัพท์จ่อหน้า “ได้ยินกันไหม เพื่อนร่วมชั้นของฉันกำลังร้องเพลงอยู่ เพราะมากเลย”
ภาพจากมุมมองของห้องสตรีมช่างเหมือนกับว่าผู้ชมได้ซุกตัวเข้าไปในอ้อมอกของสตรีมเมอร์ แล้วจูบแก้มเขาอย่างสนิทสนม
ใครจะยังมีแก่ใจไปทะเลาะกับคนอื่นอีกล่ะ
ทุกคนต่างแคปหน้าจอไปชื่นชมหน้าตาเขาอย่างเงียบ ๆ
หมิงซีพบว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขามีความสามารถรอบด้านกันจริง ๆ ทั้งร้องเพลง เต้นรำ แล้วยังมีคนตีแคลปเปอร์อีกด้วย
“ว้าว มีคนเต้นลาตินด้วยนะ เสียดายที่ให้พวกคุณดูไม่ได้”
“ครูฝึกของพวกเราก็ขึ้นแสดงแล้วด้วย สมกับเป็นครูฝึกจริง ๆ แค่ดูก็รู้ว่าท่าชกมวยเก่งมาก”
หมิงซีดูไปด้วย เล่าให้คนในห้องสตรีมฟังไปด้วย
ถึงผู้ชมในห้องสตรีมจะมองไม่เห็น แต่พอได้ยินเสียงครึกครื้นของพวกผู้ชาย ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเขา เห็นเขาเอียงตัวไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมห้องเป็นบางครั้ง และเห็นท่าทางมีชีวิตชีวาของเขา ทุกคนก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
ดีจริง ๆ
หมิงซีที่เป็นแบบนี้
เพื่อนร่วมชั้นชายอีกคนขึ้นเวทีมาแสดงเป่าฮาร์โมนิกา หมิงซีหลับตาฟังจนเคลิบเคลิ้ม “พวกเขาเก่งกันทุกคนเลยนะ”
เขาพูดต่อเสียงเบาอีกประโยคว่า “ส่วนฉันไม่เป็นอะไรสักอย่างเลย”
คนในห้องสตรีมชะงักไป หัวใจรู้สึกขื่นขึ้นมา
ทุกคนกำลังคิดจะอวดฝีมือและโชว์วาทศิลป์กันเต็มที่ ทว่าจู่ ๆ หน้าจอตรงหน้าก็ดับไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
