เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกำแพงอิฐของแผนกวิเคราะห์ข่าวกรอง หลินอันอันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากทางเดิน
เสียงนั้นไม่เหมือนเพื่อนร่วมงานทั่วไป ฟังดูคล้ายทหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี ทุกย่างก้าวล้วนมีจังหวะ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ประตูห้องทำงานถูกเคาะ
หลินอันอันเงยหน้ามอง เห็นหญิงสาวในชุดทหารยืนอยู่หน้าประตู สะพายกระเป๋าเอกสาร ผมสั้นเสมอติ่งหูหวีเรียบไร้ผมหลุดรุ่ย เผยให้เห็นหน้าผากเต็มและดวงตารูปหงส์คมกริบ
“ล่ามหลิน ดิฉันหลี่หร่าน มารายงานตัว” หญิงสาวเอ่ยปาก น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังยามเช้า แฝงความตรงไปตรงมาอันเป็นเอกลักษณ์ของสาวเหนือ
เธอสูงมาก กะด้วยสายตาน่าจะประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ชุดทหารสวมใส่แล้วดูสง่างามตรงราวกับต้นไป๋หยาง
หลินอันอันลุกขึ้นจับมือ “เข้ามานั่งเร็วเข้า ที่นั่งของคุณฉันจัดไว้เรียบร้อยแล้ว เรื่องอื่น ๆ ท่านผู้อาวุโสถานอธิบายให้ฉันฟังหมดแล้ว คุณมาได้จังหวะพอดี เหลืออีกสองวันก็จะต้องออกเดินทางไปปักกิ่ง เราต้องรีบแล้ว”
หลี่หร่านไม่ได้นั่ง กลับล้วงสมุดแปลตัวอย่างหนาเตอะสองเล่มออกมาจากกระเป๋าเอกสาร วางกางบนโต๊ะ “เมื่อคืนนี้ดิฉันทบทวนต้นฉบับแปลงานด้านการต่างประเทศของการประชุมกลางตลอดห้าปีที่ผ่านมา และเน้นทำเครื่องหมายศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนและการเจรจาการค้า”
ปลายนิ้วของเธอไล่ผ่านช่วงที่ว่า “ปัญหาที่ตกค้างจากประวัติศาสตร์” “ตรงนี้ก่อนหน้านี้ล่ามหนิงใช้คำว่า ‘historical remain issues’ แต่ตามแนวทางล่าสุดควรใช้ ‘legacy issues’ ดิฉันทำเครื่องหมายแดงไว้แล้ว...”
หลินอันอันเลิกคิ้ว
