เที่ยงวันรุ่งขึ้น
แสงอาทิตย์สาดผ่านใบไม้ของต้นอู๋ถงหน้าโรงแรมจิงซี ทิ้งเงาริบหรี่บนหมวกทหารของฉู่หมิงโจว
เขาพาเหล่านายทหารที่เข้าร่วมการซ้อมรบผานฉือมายืนอยู่หน้าประตูห้องประชุม
“เข้ามา”
เมื่อร่างสูงระหงสง่างามปรากฏขึ้น สายตาของหลินอันอันก็ไม่เคยละไปจากเขาเลย
ฉู่หมิงโจวคล้ำขึ้นและซูบผอมลง ทั้งร่างดูไม่ออกว่ามีความเหนื่อยล้าเลยสักนิด แต่ดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง ทำให้หลินอันอันปวดใจยิ่งนัก
“รายงานผู้นำอาวุโส! ไม่ทำให้ผิดหวัง ภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว!”
นายทหารหลายนายทำความเคารพพร้อมกัน กิริยาท่าทางไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย
แม่ทัพเจิ้งเผยความพึงพอใจในแววตา พร้อมแนะนำให้คนข้างกายหลายคนรู้จัก “นี่คือผู้บัญชาการใหญ่การซ้อมรบผานฉือครั้งนี้ และเป็นผู้บังคับกองที่เจ็ดสี่หนึ่งแห่งกองบัญชาการทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ฉู่หมิงโจว”
เขาไม่ได้กล่าวถึงยศของฉู่หมิงโจว ความตั้งใจนั้นชัดเจนยิ่งนัก
วินาทีนี้ ฉู่หมิงโจวไม่ได้เป็นเพียงแค่นายทหารผู้หนึ่ง แต่ยังเป็นเกียรติยศของกองบัญชาการทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนืออีกด้วย
คนสามคนที่นั่งข้างแม่ทัพเจิ้งก็ลุกขึ้นยืน จับมือกับคนทั้งหลายอย่างไม่มีท่าทีวางมาด นี่คือการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดที่พวกเขามีต่อเหล่านักรบผู้เร่งรุดมาช่วยเหลือแดนไกล
ผู้นำหลักสามท่านนี้ไม่มีใครธรรมดาเลย หลินอันอันตามหลังแม่ทัพเจิ้งมาตลอด ได้ล่วงรู้สถานะของแต่ละคนจนหมดแล้ว
คนหนึ่งเป็นมือหนึ่งของกรมวางแผนส่วนกลาง คนหนึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบภัยพิบัติทางธรณีวิทยาแห่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ อีกคนพิเศษยิ่งกว่า เป็นเลขานุการฝ่ายการปกครองข้างกายท่านประธาน
“ผู้การฉู่ช่างหนุ่มแต่มากความสามารถนัก คราวแผ่นดินไหวใหญ่เมืองถังนี้โชคดีที่คุณตัดสินใจเด็ดขาด ช่วยชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไว้มากมาย”
