พอเก็บธงสดุดีผืนนั้นแล้ว ชื่อเสียงของหลินอันอันก็กระฉ่อนขึ้นไปอีก มีคนมาเยี่ยมเยียนถึงบ้านมากขึ้น
ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ต่างก็มากล่าวทักทาย แสดงน้ำใจกันถ้วนหน้า
แม่หลินยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก กระเป๋าเดินทางกลับของพ่อหลินก็เป็นฉู่หมิงโจวที่ช่วยจัดให้
“พ่อครับ ต้นกล้าเก๋ากี้จะขนส่งไปเมืองซูโดยตรง ส่วนเมล็ดทานตะวันพวกนี้ พ่อเก็บไว้เองนะครับ”
“สบายใจได้ ฉันจะรักษามันไว้อย่างดี แล้วนำกลับไปให้ถึงมือแน่นอน”
ใบสั่งซื้อที่พ่อหลินนำมาถูกประทับตราจากฟาร์มของกองบัญชาการทหารแล้ว นอกจากนี้ยังมีเอกสารราชการลับเกี่ยวกับการเพาะปลูกอีกฉบับหนึ่งที่ออกให้เขาไปด้วย
เจ้าหน้าที่หูผู้ดูแลแปลงทดลองเก๋ากี้ ได้กลายเป็นมิตรสนิทกับพ่อหลินแล้ว
พูดง่าย ๆ ก็คือทั้งสองถูกชะตากัน เข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ
ในวันที่พ่อหลินกลับเมืองซู เขาไม่เพียงแต่มาส่งอย่างตั้งใจ แต่ยังไปขอร้องผู้บังคับบัญชาเป็นการส่วนตัวให้ออกจดหมายแนะนำสามฉบับให้พ่อหลิน
“จดหมายสามฉบับนี้ ผู้อำนวยการฟาร์มเราเป็นคนออกให้ ฉบับแรกส่งถึงกรมการเกษตรเมืองซู ฉบับที่สองส่งถึงกรมทรัพยากรธรรมชาติ และฉบับสุดท้ายนี้สำคัญที่สุด ส่งถึงกรมสำรองธัญพืช
พ่อหลินเอ๋ย จดหมายนี้ท่านต้องเก็บรักษาให้ดี พยายามอย่าให้ผ่านมือคนอื่น เวลาไปติดต่อราชการต้องทำด้วยตัวเองเท่านั้น...”
เจ้าหน้าที่หูโอบไหล่พ่อหลิน กระซิบกำชับหลายเรื่อง
“เมืองซูกับภาคตะวันตกเฉียงเหนือห่างไกลกันสุดฟ้า ฉันช่วยท่านได้ไม่มาก แต่ว่ากองบัญชาการทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือก็มีอิทธิพลอยู่บ้าง คนทั่วไปก็ยอมให้เกียรติกองบัญชาการทหารเพราะไม่อยากทำผิดข้อห้าม”
