สัปดาห์ต่อมา หลินอันอันค่อนข้างสบาย นอกจากไปโรงพยาบาลเพื่อทำตามแผนการรักษาแล้ว ก็อยู่บ้านกับครอบครัว
ระหว่างนั้นได้เริ่มเขียนหนังสือเล่มใหม่ "รุ่งอรุณ" ขึ้น บังเอิญถูกบรรณาธิการหลิวที่มาหาที่บ้านเห็นเข้า
บรรณาธิการหลิวไม่ต้องอ่านต้นฉบับเลยด้วยซ้ำ ถึงขั้นตบอกรับประกันจะขอคุยเรื่องเงื่อนไขสัญญา ทำเอาหลินอันอันขำไม่หยุด
จุดประสงค์หลักที่เขามาครั้งนี้คือมารายงานผลลัพธ์จากความพยายามในช่วงก่อนหน้านี้ แม้ความร่วมมือกับกรมวัฒนธรรมประจำมณฑลจะสิ้นสุดลงแล้ว และหลินอันอันไม่ได้เป็นที่ปรึกษาด้านวรรณกรรมอีก แต่ "กระดูกสันหลัง" ก็ยังคงเปล่งประกายต่อไป
รวมถึงการประชาสัมพันธ์ของสำนักพิมพ์อิ้งหยวนที่มีต่อหลินจื่อหวย เขาต้องให้หลินอันอันได้รับรู้ว่า บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ การทำเรื่องที่คนอื่นฝากไว้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
จากการประชาสัมพันธ์ของสำนักพิมพ์อิ้งหยวนในช่วงเวลานี้ ไม่เพียงแต่หลินจื่อหวยจะกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด แม้แต่คณะศิลปินแนวหน้าแห่งกองทัพบก ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ก็ยังกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก
วันนี้ไม่ใช่วันวานแล้ว ตอนนี้จะบอกว่าเป็นหนึ่งในคณะศิลปินที่มีอิทธิพลที่สุดของหัวกั๋วก็ไม่เกินจริง
"ขอบคุณมากเลยค่ะ บรรณาธิการหลิว"
หลินอันอันรู้สึกซาบซึ้งในตัวเขาจริง ๆ สำหรับหลินอันอันแล้ว บรรณาธิการหลิวไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนที่ดี แต่ยังเป็นเหมือนป๋อเล่อ ผู้ชี้ขาดม้าพันธุ์ดี
บรรณาธิการหลิวไม่กล้ารับคำขอบคุณของเธอเลย "อาจารย์หลิน ท่านพูดแบบนี้ผมคงไม่กล้ามาอีกในภายหลังแน่ เป็นผมต่างหากที่ต้องขอบคุณท่าน!
การประชาสัมพันธ์หลายโครงการนี้ถึงได้ทำได้สำเร็จลุล่วง ก็เพราะท่านให้โอกาสกับพวกเรา การประสานงานครั้งใหญ่ระหว่างคณะศิลปิน กองบัญชาการทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และกรมวัฒนธรรมประจำมณฑล เราค่อย ๆ ผลักดันไปทีละขั้น..."
