ฉู่หมิงอวี่จับขอบชาม ดวงตาเป็นประกายจ้องฉู่หมิงโจว “พี่ใหญ่ ไปทำภารกิจคราวนี้ได้จัดการพวกคนเลวไหม”
ฉู่หมิงหลานใช้ศอกดันน้องเบา ๆ “อย่าถามมั่ว ๆ พี่ไปช่วยคนคราวนี้ เหนื่อยจะตาย”
ฉู่หมิงโจวกลับยิ้มแล้วลูบหัวฉู่หมิงอวี่ “อืม ได้จัดการพวกคนเลว กวาดล้างพวกที่แฝงตัวอยู่ในประเทศเราไปเพียบ”
ฉู่หมิงหลาน “พี่เก่งมากเลย ช่วยคนไปด้วย ไล่คนชั่วไปด้วย”
เกาเฉิง “ใช่ พี่หมิงโจวเก่งที่สุด เก่งกว่าอวี่เกอร์ตั้งเยอะ”
คุณน้าสะใภ้ฉู่มองโต๊ะอาหารที่อบอวลด้วยความสุข หางตาอดไม่ได้ที่จะมีน้ำตาเอ่อขึ้นมา
เรื่องของเกาเฉิง ทุกคนรู้ดีแก่ใจ รอให้กินข้าวกันอย่างมีความสุขเสร็จแล้วค่อยเอ่ยถึง
ที่จริงพอเห็นคุณน้าสะใภ้ฉู่โผล่มาที่บ้านกะทันหัน ฉู่หมิงโจวก็พอคาดเดาได้ในใจ
ช่วงนี้เป็นปลายฤดูเก็บเกี่ยว ต่อให้งานในนาจะเสร็จหมดแล้ว แต่ด้วยนิสัยของคุณน้าสะใภ้ฉู่แล้ว ก็ต้องจัดการเรื่องต่อ ๆ ไปด้วย
“หมิงโจว อาเฉินสองของลูกน่ะ… กลับมาแล้ว”
“หืม”
แม่หลินรู้สึกว่าเรื่องนี้คุณน้าสะใภ้ฉู่เอ่ยปากไม่ได้ เธอเป็นคนจิตใจอ่อนไหว ยังมีความหวังกับลูกสะใภ้สารเลวนั่น ถ้าให้เล่าเรื่อง ก็คงจะพูดแต่เบา ๆ เลี่ยงเรื่องหนัก
เธอชำเลืองมองหลินอันอันแวบหนึ่ง เห็นลูกสาวสีหน้าเคร่งขรึมมาก แต่ไม่มีท่าทีจะพูด จึงตัดสินใจพูดเอง
แม่หลินรั้งคุณน้าสะใภ้ฉู่ไว้ พลางขึ้นเสียงดังขึ้น ไม่ได้เลี่ยงเด็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย กล่าวว่า “หมิงโจว เรื่องมันเป็นอย่างนี้ อาเฉินสองของลูกน่ะ แต่งงานใหม่ไปแล้ว ผู้ชายที่แต่งด้วยน่ะเป็นคนใหญ่คนโต ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันอีกคน
