ไม่นาน กระดานหมากก็เข้าสู่ช่วงกลางเกมอันซับซ้อน หลินชิงอวิ๋นกับนายอำเภอหานต่างจดจ่ออยู่กับกระดานหมาก ในสมองคำนวณไม่หยุด
หมากล้อมเป็นกีฬาที่ใช้สมองอย่างหนักและพึ่งพาความสามารถในการคำนวณ พลังพรสวรรค์ช่วยเสริมกำลังสมอง เพิ่มทั้งความอึดและความสามารถในการคำนวณได้อย่างเห็นผล
นายอำเภอหานซึ่งเป็นจิ้นซื่อแล้ว ย่อมได้เปรียบในเรื่องนี้
ทว่านางถือตัวสูงส่ง เมื่อเผชิญหน้ากับหลินชิงอวิ๋นซึ่งเป็นเพียงบัณฑิตเยาว์และผู้เริ่มเรียนวิถีหมาก นางจึงไม่เต็มใจใช้พลังพรสวรรค์ช่วยในการคำนวณ
ส่วนหลินชิงอวิ๋น เขาเกิดใหม่มาแล้วสองชาติ ความแข็งแกร่งของวิญญาณย่อมสูงเป็นทุนเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น ชาตินี้เขายังอายุน้อย สมองกำลังอยู่ในช่วงที่เฉียบคมที่สุด ความสามารถในการคำนวณจึงเหนือกว่าชาติก่อนอยู่ไม่น้อย ส่งผลให้เขาคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงของหมากในลำดับถัดไปได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
“สมกับเป็นสมองใหม่ ใช้งานได้ดีจริง ๆ...”
หลินชิงอวิ๋นทอดถอนใจไปพลาง วางหมากลงอย่างมั่นใจไปพลาง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง นายอำเภอหานกลับรู้สึกว่าการลงหมากแต่ละครั้งช่างทรมานเหลือเกิน
เจ้าหนูนี่ลงหมากดุดันนัก กลิ่นอายสังหารเข้มข้น ไม่สนใจความงามของรูปหมากเลยสักนิด ราวกับในสายตามีแต่ประสิทธิภาพในการเดินหมาก!
อีกทั้งหลินชิงอวิ๋นยังไม่เหมือนผู้เริ่มต้นทั่วไปที่หวาดกลัวการปะทะ เอาแต่หลบเลี่ยงและ “ถมพื้น”
ดูเหมือนเขาจะชอบการต่อสู้มาก ขอเพียงจับได้ว่านางลงหมากพลาด เขาก็จะตะครุบกัดไม่ปล่อยราวกับพยัคฆ์หิวโหย!
ที่น่าหงุดหงิดคือเจ้าหนูนี่ยังคำนวณได้เก่งนัก ต่อให้ไม่ใช้พลังพรสวรรค์ นางซึ่งมีวิถีหมากขั้นห้า กลับไม่ได้เปรียบเขาเท่าไรเลย!
ยิ่งเล่นต่อไป เวลาที่นายอำเภอหานใช้ครุ่นคิดก็ยิ่งยาวนาน
นางเองก็รู้สึกว่าตนไม่ได้ลงหมากพลาดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังไม่ได้เสียเปรียบชัดเจน แต่กลับรู้สึกว่าคะแนนค่อย ๆ ตามหลังไปทีละน้อย!
นางขบคิดจนแทบหมดปัญญา หวังพลิกสถานการณ์ กระทั่งเผลอใช้พลังพรสวรรค์ช่วยคำนวณ จึงพลันตระหนักขึ้นมา
“ข้า...”
นางมองเด็กหนุ่มที่ยังคงจดจ่อกับกระดานหมาก ก่อนถอนหายใจยาว วางมือลงทั้งที่กำลังจะวางหมาก “ข้ายอมแพ้แล้ว”
“หือ?”
