บนโต๊ะอาหาร หลินชิงอวิ๋นกินข้าวคำโต ส่วนหลินซานผู้เป็นบิดากับหวังซื่อผู้เป็นมารดากลับมีท่าทีเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่กล้าเอ่ย
ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดหลินซานก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นว่า “ชิงอวิ๋น บอกพ่อมาตามตรงทีว่าเจ้าสอบได้เป็นอย่างไรบ้าง?”
มารดาพยักหน้าเช่นกัน “ลูกเอ๋ย ต่อให้สอบพลาดก็ไม่เป็นไร ปีหน้าเราค่อยสอบใหม่... แต่ยังต้องไปเรียนที่สำนักของอาจารย์เฉินต่อ...”
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้สอบพลาด เมื่อวานเพียงเหนื่อยเกินไปเท่านั้น”
หลินชิงอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกเขาฟัง
นี่คือบิดามารดาของร่างนี้ในโลกใบนี้ ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง อีกไม่กี่วันก็จะประกาศผลการสอบระดับอำเภอแล้ว ถึงตอนนั้นทุกคนย่อมรู้กันทั่ว ไยต้องปล่อยให้ผู้เฒ่าทั้งสองกลัดกลุ้มไปอีกสองวันนี้ด้วยเล่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลองดูให้ดีสิขอรับ ข้าเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่?”
หลินชิงอวิ๋นลุกขึ้นยืน หันหน้าเข้าหาบิดามารดา
เมื่อเขาพูดเช่นนี้ หลินซานกับหวังซื่อก็พลันสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
“ชิงอวิ๋น เจ้า... เจ้าสูงขึ้นแล้ว...”
หวังซื่อลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ พินิจบุตรชายอย่างละเอียด
บุตรชายของนางดูเหมือนจะสูงขึ้นเล็กน้อย รูปร่างก็ไม่ได้ผอมแห้งอ่อนแอเช่นแต่ก่อน ใบหน้ามีเลือดฝาด ไม่ซีดเซียวผอมแห้งเหมือนก่อนจนดูราวกับสายลมพัดมาก็ปลิวหายไปได้
หลินซานซึ่งพอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้างพลันนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง มือที่ถือ ตะเกียบถึงกับสั่นระริก “เจ้า... หรือว่าเจ้าจะ...”
มีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น ที่จะทำให้บุตรชายเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ภายในวันเดียว!
“ใช่แล้วขอรับ ท่านพ่อ ท่านแม่ บัดนี้ข้าเป็นบัณฑิตเยาว์เบื้องหน้าปราชญ์แล้ว”
หลินชิงอวิ๋นสบตาบิดามารดา เอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“การสอบระดับอำเภอครั้งนี้ หากไม่มีเหตุไม่คาดฝัน ข้าคงได้ที่หนึ่งของการสอบ!”
.......
บัณฑิตเยาว์เบื้องหน้าปราชญ์?!
หลินซานกับหวังซื่อยืนนิ่งค้างไปพร้อมกัน ราวกับกำลังอยู่ในความฝัน
