ได้ยินว่าสำนักวรรณศิลป์ประจำจังหวัดสืบทราบผู้ประพันธ์อักษรแท้แผ่นนั้นแล้ว แท้จริงเป็นมหาบัณฑิตผู้ทรยศต่อเผ่าพันธุ์นามว่าเจียงเฮ่อหมิง
คนผู้นี้สอบผ่านบัณฑิตระดับมณฑลตอนอายุ 16 ปี สอบได้จิ้นซื่อตอนอายุ 19 ปี และเมื่อ 120 ปีก่อน ตอนอายุราว 60 ปี ก็เลื่อนขั้นเป็นมหาบัณฑิต นับเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นยิ่งแห่งราชวงศ์ต้าอินในยุคนั้น
ทว่าแนวคิดของเขาผู้นี้แหกขนบอยู่เสมอ
ช่วงแรกยังไม่ชัดเจนนัก แต่ในปีที่เลื่อนขั้นเป็นมหาบัณฑิต เขาก็ทรยศต่อเผ่าพันธุ์ทันที อีกทั้งยังรับใช้ราชสำนักหมาป่าเป่ยหยวน เผ่าจ้างไป่เยว่ทางใต้ของต้าอิน และอาณาจักรศาสนาหลัวหลานตามลำดับ คอยวางแผนช่วยพวกเขารุกรานต้าอิน
แผนการของเขาทั้งทางตรงและทางอ้อมทำให้ผู้บำเพ็ญสายปราชญ์ระดับสูงของต้าอินล้มตายไปมากมาย หลายคนจึงแค้นเขาจนกัดฟันกรอด
เล่ากันว่า เพื่อสังหารเจียงเฮ่อหมิง ต้าอินถึงกับส่งมหาปราชญ์และเจ้าวิถีวรรณศิลป์ออกไปหลายครั้ง แต่เขาก็หลบเลี่ยงไปได้ทุกครา
ท้ายที่สุด แม้แต่กึ่งปราชญ์เหวินเหิงเยว่จากสำนักปราชญ์สูงสุดก็ยังลงมือไล่ล่าเขาด้วยตนเอง!
กึ่งปราชญ์ไล่ล่า ในเวลานั้นไม่มีใครคิดว่าเจียงเฮ่อหมิงจะรอดชีวิตได้
แต่ผู้ที่เขาสวามิภักดิ์อยู่ในเวลานั้นอย่างอาณาจักรศาสนาหลัวหลาน กลับมีบุคคลผู้แข็งแกร่งทัดเทียมกึ่งปราชญ์อย่างพระคาร์ดินัลเซิ่งเกอหลี่เการี่ลงมือปกป้องเขาด้วยตนเอง ทำให้กึ่งปราชญ์เหวินกลับไปมือเปล่า!
ด้วยเหตุนี้ เจียงเฮ่อหมิงจึงไม่เคยถูกลงโทษตามความผิดเสียที ปัจจุบันเขาน่าจะมีอายุมากกว่า 180 ปีแล้ว
การซ่อนตัวและถูกตามล่ามานานนับร้อยปี แม้ไม่อาจเอาชีวิตเจียงเฮ่อหมิงได้ แต่ก็ทำให้เขาต้องจ่ายราคาไม่น้อย
วังวรรณศิลป์และจิตปราชญ์ของเขาถูกเจ้าวิถีวรรณศิลป์ผู้หนึ่งทำลายอย่างหนัก โอกาสเลื่อนขั้นเป็นมหาปราชญ์ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ทั้งยังต้องซ่อนตัวอยู่นานหลายปี ไม่กล้าเผยหน้า
อายุขัยสูงสุดตามทฤษฎีของมหาบัณฑิตคือ 200 ปี ต่อให้เขาเคยกินยาต่ออายุขัยมาบ้าง ป่านนี้ก็น่าจะใกล้ถึงปลายชีวิตแล้ว
