ดังนั้น คืนนั้นหลินชิงอวิ๋นกับคนอื่น ๆ จึงพักอยู่ในห้องรับรองของที่ว่าการ
ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงกรนของเจ้าหมูอ้วนหวังจากห้องข้าง ๆ แต่ตัวเขากลับไม่ง่วงเลยสักนิด จึงไปหาฉู่จงเทียนที่ห้องเพื่อพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง กว่าจะรู้สึกง่วงเต็มทน เขาจึงกลับไปพักผ่อน
แต่คืนนั้นเขานอนหลับไม่สนิทนัก
เขาฝัน
ในความฝัน เขายืนอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหูลูกตา
แสงอัสดงย้อมท้องฟ้าครึ่งหนึ่งให้แดงฉาน แสงสุดท้ายของตะวันสาดลงบนระลอกคลื่นหญ้าที่ทอดตัวสูงต่ำ ลมกรรโชกพัดหญ้ารกร้างส่งเสียงคำรามไปทั่วผืนฟ้าและปฐพี
ห่างออกไปเบื้องหน้าไม่ไกล หน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน บนขอบผามีหมาป่ายักษ์สีเงินร่างมหึมาตัวหนึ่งยืนสงบนิ่ง!
ร่างของหมาป่าสีเงินตัวนั้นใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปหลายสิบเท่า เรือนร่างกำยำแข็งแกร่ง แผงขนสีเงินหนานุ่มพลิ้วไหวตามแรงลม รูปร่างของมันชวนให้รู้สึกทั้งสง่างามและน่าเกรงขาม
มันเชิดหัวขึ้น หอนก้องฟ้าท่ามกลางแสงอัสดงอันหม่นมัว
หลินชิงอวิ๋นไม่เคยได้ยินเสียงหอนของหมาป่าที่ยาวนานและกึกก้องเช่นนี้มาก่อน
เสียงนั้นฉีกกระชากสายลมบนทุ่งหญ้า พุ่งตรงเข้ามาถึงหูของหลินชิงอวิ๋น ทำให้จิตใจของเขาสั่นสะท้าน
จากนั้นหมาป่ายักษ์ก็หันหน้ากลับมาอย่างช้า ๆ ดวงตาตั้งสีอำพันจ้องมองหลินชิงอวิ๋น
ดวงตาคู่นั้นไม่เหมือนดวงตาของสัตว์ป่าเลยแม้แต่น้อย ไร้ความเลื่อนลอยโง่งมของสัตว์ กลับเปล่งประกายด้วยสติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยม อีกทั้งยังฉายความโหดเหี้ยมกับจิตสังหารอย่างไม่คิดปิดบัง—
จิตสังหารนั้นหนักแน่นราวกับจับต้องได้ กดทับลงมายังหลินชิงอวิ๋น ราวกับวินาทีถัดไปมันจะพุ่งเข้ามาฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ!
“อ๊าก!”
หลินชิงอวิ๋นสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นรัวราวกับเสียงกลอง เขาใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะเรียกสติกลับคืนมา
ต่างจากความฝันเลือนรางพร่าเลือนที่เคยมี ความฝันครั้งนี้ชัดเจนเกินไป
