ขบวนรถออกเดินทางในไม่ช้า รถบ้านเกราะของเสิ่นอวี่ถงยังคงนำหน้าขบวน ส่วนรถดัดแปลงอีก 6 คันที่เหลือก็ตามมาติด ๆ จากนั้นก็เป็นรถคันอื่น ๆ ในขบวนมีคนขี่จักรยานและรถสามล้อเพิ่มมาอีกกลุ่ม
ต่อด้วยขบวนม้า ม้าฝีเท้าดีเป็นร้อยกว่าตัวดูน่าเกรงขามยิ่งนัก เสี่ยวเสวียนของหลินเฟิงยังคงเดินตามอยู่ท้ายสุดของขบวนเช่นเคย
จัวหม่า ขี่ม้าสีแดงเลือดหมูตัวนั้น วิ่งไปวิ่งมารอบ ๆ เสี่ยวเสวียน ส่วนเหยี่ยวที่ชื่อเนตรทอง ก็บินวนอยู่เหนือศีรษะของเธอ
“จัวหม่า!” หลินเฟิงยืนอยู่บนระเบียงชั้น 2 แล้วตะโกนลงมาข้างล่างว่า “ขึ้นมาพักสักหน่อยไหม?”
จัวหม่าเงยหน้าขึ้นมองเขา แสงอาทิตย์สาดกระทบใบหน้า ทำให้เธอดูงดงามเป็นพิเศษ “ฉันไม่ขึ้นไปหรอก ฉันจะขี่ม้ากับพี่สาว!”
พูดจบเธอก็ขี่ม้าพุ่งออกไป ม้าสีแดงเลือดหมูวิ่งไปได้หลายสิบเมตร แล้วมาขนานข้างกับม้าสีดำตัวสูงใหญ่ตัวหนึ่ง
หลินเฟิงได้เห็นพี่สาวที่จัวหม่าพูดถึงเป็นครั้งแรก อายุมากกว่าจัวหม่าเล็กน้อย สวมเสื้อคลุมยาวสีกรมท่า ระหว่างคิ้วและดวงตามีความสงบนิ่งอ่อนโยนกว่าจัวหม่า งดงามไม่ต่างกัน สายตาของหลินเฟิงหยุดนิ่งอยู่นานกว่าเดิมเล็กน้อย
ก็ใหญ่กว่าจัวหม่าเป็นธรรมดา…
เธอหันหน้าไปกระซิบบางอย่างกับจัวหม่า จัวหม่าหันกลับมามองหลินเฟิงแวบหนึ่ง จากนั้นใบหน้าก็ฉายแววเขินอาย
วันนี้อากาศดีผิดปกติ แสงอาทิตย์ส่องลงมาบนตัวผู้คนอย่างอบอุ่น ขบวนรถเคลื่อนไปเรื่อย ๆ ไม่เร็วไม่ช้า พอถึงตอนเที่ยงก็หยุดพักเพียงครึ่งชั่วโมง แล้วก็ออกเดินทางต่อ
วันนี้หลินเฟิงว่างงานไม่มีอะไรทำ ก็เลยปรับปรุงบ้านใหม่หมดทั้งหลัง ใช้เศษโลหะสร้างท่อน้ำและอะไหล่ขึ้นมาหลายชิ้น ฝังเข้าไปในกำแพงหิน แล้วเชื่อมต่อเข้ากับห้องน้ำและห้องครัวใหม่
