สือเยี่ยนกำลังก้มดูนาฬิกาข้อมือ
เขานั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง ด้านหลังเป็นกระจกบานใหญ่จรดพื้น มองเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของเมือง
ส่วนสูงน่าจะราว 190 เซนติเมตร ไหล่กว้าง เอวสอบ ขายาว พอนั่งอยู่ตรงนั้น นายแบบยังดูด้อยกว่าเขาอยู่หลายส่วน
แต่สิ่งที่เกินเหตุยิ่งกว่ารูปร่างหน้าตา ก็คือใบหน้านั้น
เครื่องหน้าประณีตจนแทบเรียกได้ว่างามราวปีศาจ กระทั่งดูสวยกว่าเธออยู่หลายส่วน
โหนกคิ้วสูงได้รูป ทั้งที่โครงหน้าดูเย็นชา แต่ดวงตากลับเรียวยาว หางตาเชิดขึ้น
ช่วยดึงความเย็นชาบนใบหน้าให้ลดลง กลายเป็นความงามสง่าที่ทำให้คนละสายตาไม่ได้
วัยยี่สิบห้าปีเป็นช่วงวัยที่กำลังรุ่งโรจน์
ในตัวเขามีทั้งความเฉียบคมของชายหนุ่ม และความสุขุมหนักแน่นของผู้ใหญ่ที่เริ่มปรากฏขึ้น
เมื่อเสน่ห์สองแบบผสานกัน จึงก่อเกิดเป็นรัศมีที่มองไม่เห็น
สมกับเป็นพระเอกจริง ๆ หน้าตาดีชะมัด
สายตาของเธอเลื่อนจากใบหน้าเขาลงไปอย่างเป็นธรรมชาติ อยากดูว่าเขาแต่งตัวยังไง
ถึงอย่างไรหน้าตาก็เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ส่วนรสนิยมการแต่งตัวนั้นสร้างขึ้นทีหลัง
การแต่งตัวบอกนิสัยและระดับของผู้ชายได้
อืม......
แฟนหนุ่มลุคข้าราชการเกษียณคนนี้ ใครเป็นคนกำหนดมาเนี่ย?
หน้าตาเหมือนปีศาจขนาดนี้แท้ ๆ ดันเป็นผู้บำเพ็ญสายพุทธซะงั้น
นี่มันที่เขาเรียกกันว่า หน้าดุแต่ใจบุญหรือเปล่า?
หุ่นดีขนาดนี้ แต่ดันใส่เสื้อคอจีนแบบข้าราชการเกษียณมา แถมยังถือประคำอยู่ในมืออีก
สไตล์เดียวกับครูคณิตศาสตร์สมัยมัธยมต้นของเธอเลย คงไม่ใช่พวก
ภายนอกถือพรหมจรรย์ แต่ข้างในเร่าร้อน แถมยังหวงและชอบควบคุม ชอบเช็กว่าแฟนอยู่ไหน ขี้หึง พอโกรธก็ชอบเล่นอะไรแปลก ๆ ใช้อุปกรณ์ประหลาด ๆ เป็นผู้ชายโรคจิต เก็บกด และหม่นหมองหรอกนะ
ระบบฟังเธอคิดในใจเป็นชุด ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ระเบิดเสียงขึ้นมา:【พระเอกไม่ใช่พวกโรคจิต อย่าตัดสินคนจากหน้าตาแล้วคิดเองเออเองสิ!】
หร่านถังรีบยอมแพ้ทันที: ขอโทษ
เวลานัดคือสี่ทุ่มครึ่ง
สือเยี่ยนเหลือบดูนาฬิกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิ้วขมวดน้อย ๆ ความอดทนใกล้หมดเต็มที
ปกติเขางานยุ่งมาก แถมยังมีอาการประสาทอ่อน นอนไม่หลับเป็นปัญหาเรื้อรัง
ตอนนี้ใต้ตาเขามีเงาคล้ำจาง ๆ ยิ่งทำให้ใบหน้าที่ดูเย็นชาอยู่แล้วเพิ่มระยะห่างจนเข้าถึงยากขึ้นไปอีก
เขาอุตส่าห์หาเวลาว่างได้ทั้งคืน เดิมทีคิดว่าเธอจะมาถึงก่อนเวลา แต่กลับต้องมานั่งรอเฉย ๆ ที่นี่ครึ่งชั่วโมง
แฟนคนนี้เป็นผู้ช่วยของเขาจัดหามาให้
ความสามารถในการทำงานของผู้ช่วยถังไม่น่ามีปัญหา แต่เรื่องปล่อยให้เขารอที่นี่ครึ่งชั่วโมงก็อีกเรื่องหนึ่ง
บางทีเขาควรประเมินความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาใหม่
สือเยี่ยนนั่งต่ออีกสองวินาที ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแฟน
เขาเพิ่งจะลุกไป ก็ได้ยินเสียงพนักงานเปิดประตู จึงเงยหน้าขึ้นมองไปทางนั้น แล้วเห็นหญิงสาวที่หน้าประตู
เธอเบิกตากลมโต หลบอยู่ข้างประตู คล้ายกระต่ายตัวน้อยที่ตกใจเมื่อเห็นนักล่า ทั้งอ่อนหวานทั้งน่ารัก
สือเยี่ยนนั่งลงตามเดิม
ผู้จัดการร้านพาหร่านถังมาส่งแล้วก็ออกไป เหลือพนักงานที่รับหน้าที่ยกอาหารไว้คนหนึ่ง
สือเยี่ยนกอดอก มองเธอแวบหนึ่งอย่างเย็นชา
สายตานั้นไม่ได้กดดันมากนัก แต่กลับหนักแน่นอย่างยิ่ง
ประกอบกับดวงตาเย็นเยียบราวกับงู คุกคามจนถึงขีดสุด
หร่านถังสบตากับเขา เหงื่อเย็นผุดเต็มขมับ เดิมทีก็เป็นคนกลัวการเข้าสังคมอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งพูดติด ๆ ขัด ๆ ไม่กล้าเดินเข้าไปหา
เธออายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว แต่ไม่เคยมีแฟน ไม่รู้วิธีเข้าหาผู้ชาย ทว่ากลับมีคนบอกว่าผู้ชายแปลกหน้าที่นั่งตรงข้ามเป็นแฟนของเธอ แถมยังแผ่รัศมีชวนกดดันขนาดนี้
หร่านถังกลัวจนใจฝ่อมาก
เธอฝืนใจเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามเขา แล้วพยักหน้าให้ “สวัสดีค่ะ”
ระบบแทบหลุดขำ
【นี่เธอมาสัมภาษณ์งานหรือไง?】
“คุณมาสาย”
สือเยี่ยนเอ่ยประโยคแรก น้ำเสียงเย็นชา
หร่านถังมองนาฬิกาแล้วพูดเสียงเบา
“ไม่ค่ะ”
“?”
“เรานัดกันสี่ทุ่มครึ่ง ตอนที่ฉันเดินเข้าประตูเป็นเวลา 22:29 นาฬิกา 31 วินาที พอเดินมาถึงที่นั่งก็ใช้เวลา 3 วินาที ตอนนี้ฉันยังมาเร็วกว่ากำหนด 26 วินาทีเลยค่ะ” หร่านถังพึมพำเสียงเบา
สือเยี่ยนเงียบไป
ระบบเงียบไป
พนักงานยกอาหารจ้องเพดาน แสร้งทำเป็นอากาศธาตุ
【เธอ เธอ เธอ—】ระบบระเบิดเสียงขึ้นมา【อย่าหาเรื่องเถียงสิแม่คุณ! เดี๋ยวเราจะหลอกเอาเงินยังไง!】
หร่านถังบอกระบบในใจ: เรามาสายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ดูหน้าเขาสิ เหมือนจะกินฉันเข้าไปทั้งตัว! ฉันไม่ได้เถียง แค่พยายามหาข้ออ้างไม่ให้โดนบอกเลิกต่างหาก!!!
【อ๋อ ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง เยี่ยมมาก!】
หร่านถังหลุบตาวูบหนึ่ง เม้มริมฝีปากน้อย ๆ น้ำเสียงเบาจนแทบเหมือนเสียงยุง “...ที่ฉันพูดไม่ถูกเหรอคะ?”
ถูกสือเยี่ยนจ้องอย่างไม่ปรานี เธอพูดไปพูดมา ขอบตาก็แดงขึ้นเป็นวง ราวกับอีกเดี๋ยวจะตกใจจนร้องไห้
สือเยี่ยนขมวดคิ้ว
เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผ่อนน้ำเสียงลงเล็กน้อย
“ถูก”
ระบบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
บทสนทนาจบลงแค่นั้น บรรยากาศจึงตกอยู่ในความเงียบงันอันชวนอึดอัด
เดิมทีก็อึดอัดอยู่แล้ว ถ้าไม่พูดอะไรเลย หร่านถังคงทนบรรยากาศแบบนี้ไม่ไหว เธอจึงฝืนหาเรื่องมาคุย
“แฟนคะ คุณแซ่อะไรเหรอ?”
“สือเยี่ยน”
พอได้ยินคำเรียกแปลกหูว่าแฟน แววตาของสือเยี่ยนก็ฉายความงุนงงขึ้นมาก่อน
จากนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขากับเธอเป็นแฟนกัน
แล้วเขาก็ขมวดคิ้วทันที
เธอจำชื่อแฟนตัวเองไม่ได้เนี่ยนะ?
สือเยี่ยนมองหญิงสาวตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ
ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่เจอกันเลย แปลก ๆ ชอบกล
แววตาสดใส บุคลิกอ่อนโยน น่ารักมาก เขาจำได้ว่าครั้งก่อนเธอดูหม่นหมองและเย็นชา
เขาจำคนผิด หรือมีใครสลับตัวเธอไปแล้ว?
หร่านถังก้มหน้าอย่างหวาด ๆ ดวงตามองพื้น น้ำเสียงเล็กเบาและนุ่มนวล
“คุณสือคะ คุณนิยามคำว่ามาสายว่ายังไงเหรอคะ?”
สือเยี่ยนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาไป
“อืม”
หร่านถังถามระบบในใจ: อืมหมายความว่ายังไง?
【อาจจะไม่อยากสนใจเธอ】
หร่านถังโกรธมาก “อืม”
สือเยี่ยนพยักหน้าในใจ
เธอพูดถูกแล้ว
ถ้าจะพูดให้เคร่งครัด การมาถึงตรงเวลาไม่นับว่าสาย
แค่เขาชินกับการมาถึงก่อนเวลาอย่างน้อยสิบห้านาที จึงเผลอคิดว่าการปล่อยให้คนอื่นรอคือการมาสาย แต่นั่นเป็นแค่นิสัยของเขา ไม่ใช่เกณฑ์ที่เป็นกลาง
ผู้หญิงคนนี้ดูซื่อ ๆ น่ารัก แต่ที่จริงมีตรรกะรัดกุมมาก
เขาเป็นคนเคร่งครัด ย่อมชื่นชมคนที่เคร่งครัดเหมือนกัน
ดูท่าข้อดีของเธอจะมีมากกว่าที่คิด
คราวนี้เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างตั้งใจอีกสองครั้ง
เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ เรียบง่าย สะอาดสะอ้าน
สือเยี่ยนคิดว่าเธอแต่งตัวเก่ง
เรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด รสนิยมคล้ายกับเขา
ดีกว่าคนถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
ผิวของหญิงสาวขาวผ่อง ไม่แต่งหน้า ดูบริสุทธิ์แต่ก็แฝงความเย้ายวนอยู่เล็กน้อย คิ้วตากระจ่างใส แววตาเป็นประกาย คล้ายกระต่ายน้อยน่ารัก
หร่านถังก็แอบเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกสองครั้ง
ในฐานะคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตแค่เส้นทางเดิม ๆ หนุ่มหล่อที่เธอได้เห็นในชีวิตประจำวันมีแค่ในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนหน้าตาดีระดับท็อปด้วยตาตัวเอง
ทั้งคู่แอบมองกันอยู่ สายตาพลันปะทะกันกลางอากาศโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วก็รีบเบือนหน้าหนีพร้อมกัน
ความเงียบค่อย ๆ แผ่ขยายระหว่างทั้งสองคน
