ถ้อยคำนั้นเหมือนหนามแหลม ทิ่มแทงเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดในใจของฮั่วถิงชวนที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครเห็น
เขาทนให้คนอื่นด่าว่าเป็นคนทรยศได้ แต่สิ่งที่ทนไม่ได้ที่สุดคือการที่คนพวกนั้นโยนยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดของโรงเรียนนายร้อยที่หนึ่งมาให้เขารับผิดชอบคนเดียว
เขาหลอกตัวเองมาตลอด เขาแค่ให้ข้อมูลการเคลื่อนกำลังพลเท่านั้น ไม่เคยคิดจะลากโรงเรียนลงไปในกองเพลิง
เผยหลินชวนที่นอนอยู่ท่ามกลางกองเศษเหล็ก ไอกระอักเลือดออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะหัวเราะเยาะและซ้ำเติมว่า
“เซี่ยจื้อ ไม่ต้องเดาแล้ว”
“กองกำลังสนับสนุนชุดแรกที่รีบมาช่วยพวกเรา ถูกสกัดไว้ทางฝั่งตะวันออกจนขยับไม่ได้ แค่นี้ยังไม่ชัดอีกหรือ?”
“รู้แม้กระทั่งว่าพวกเขาจะมาถึงกี่โมง แล้วเข้ามาทางช่องไหน พันตรีฮั่วให้ข้อมูลละเอียดจริง ๆ”
เซี่ยจื้อรับคำพูดนั้นมาต่อความอย่างเยาะเย้ย “นั่นสิ แม้แต่ชีวิตพวกเดียวกันยังเอามามัดขายชั่งกิโลได้ ช่างเป็นคนรักจริงเสียเหลือเกิน”
ในที่สุดฮั่วถิงชวนก็ถูกยั่วโมโหจนเดือดดาล
เขาคว้าศีรษะเซี่ยจื้อกดกระแทกเข้ากับโครงเหล็กอย่างแรง เกิดเสียง “กึง” ทึบดังสนั่น!
“หุบปาก!!”
เส้นเลือดบนหน้าผากของฮั่วถิงชวนปูดโปน เขาแทบจะตะโกนออกมา
“ผมไม่ได้ให้แผนป้องกันทั้งหมดของโรงเรียนนายร้อยที่หนึ่งกับพวกมัน!!”
ทันทีที่สิ้นเสียง บรรยากาศภายในห้องก็พลันแข็งค้าง
เซี่ยจื้อถูกกระแทกจนมึนงงไปชั่วขณะ แต่แววตากลับสว่างวาบขึ้นทันที
เขาฝืนอาการเวียนหัว ฉีกยิ้มกว้าง
“โอ้? ถ้าอย่างนั้นขอถามหน่อยสิ พันตรีฮั่ว…คุณให้ข้อมูลอะไรไป?”
ฮั่วถิงชวนเม้มปากแน่น สีหน้าบูดบึ้งถึงขีดสุด
เขารู้ตัวแล้วว่าถูกอีกฝ่ายชักนำจนเผลอพูดออกมา
เซี่ยจื้อยังคงไล่ต้อน ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ
“ไม่กล้าพูดหรือ? งั้นให้ผมเดาต่อก็ได้”
“เส้นทางลาดตระเวนของเรือตรวจการณ์ทางใต้? หรือแนวป้องกันทางเหนือที่ว่างเปล่า?”
