ประโยคของโจวเหย่ที่ว่า “แลนดาวไม่ให้คนหน้าตาไม่ดีเข้าราชสำนักใช่ไหม” เพิ่งจบลง
เซี่ยจื้อยังไม่ทันได้ตอบ
หญิงสาวที่เพิ่งดึงเจียงหว่านจือขึ้นจากสนามหญ้าเมื่อครู่ ใบหูกระดิก ก่อนจะหันขวับมา
ผมหยิกสีทองอ่อนสะบัดไหวตามแรงหมุน ดวงตาสีม่วงอ่อนจ้องเขม็งไปที่โจวเหย่
“นายว่าอะไรนะ?”
โจวเหย่หดคอ หุบปากฉับพลัน มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่น
ถังหลี่ที่อยู่ข้างหลังกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น รีบหันไปมองท้องฟ้า
เจียงหว่านจือปัดเศษหญ้าบนกางเกง พลางหัวเราะด่าอย่างหมั่นไส้
“ปากมากดีนัก โดนจับได้แล้วไหมล่ะ”
โจวเหย่ปล่อยมือ เกาหัวพลางหัวเราะแห้ง ๆ
“พี่สาว ผมไม่ได้พูดให้ร้ายจริง ๆ นะ ผมชมจากใจว่าครอบครัวพี่สาวหน้าตาดีกันทั้งบ้านต่างหาก!”
หญิงสาวหลุดหัวเราะ คิ้วตาโค้งเป็นรอยยิ้ม
“ถือว่ายังพูดเป็นอยู่”
เธอหันกลับมา แล้วหยิกแก้มเจียงหว่านจือเต็มแรง มือหนักใช่เล่น
“ยัยเด็กอกตัญญู มาให้ฉันดูหน่อยสิ ได้ยินว่าที่ดาวหลวงเกือบโดนคนจากโรงเรียนนายร้อยจับมัดห่อกลับไปแล้ว?”
เจียงหว่านจือเจ็บจนตบมือเธอออกดังเพียะ
“เฮ่อเหลียนชวง ปล่อยนะ! ข่าวแพร่เร็วขนาดนี้ได้ยังไง?”
เฮ่อเหลียนชวงเลิกคิ้ว
“แม่เธอโทรหาป้าใหญ่แปดครั้งในคืนเดียว โทรหาลุงรองอีกหกครั้ง ทั้งราชสำนักรู้กันหมดแล้ว แม้แต่หมาที่ออกลาดตระเวนยังรู้ว่าเธอโดนจับ!”
เฮ่อเหลียนเสวี่ยที่อยู่ไกลออกไปกำลังสั่งคนรับใช้ขนกล่อง ตะโกนเสียงดังลั่น
“เฮ่อเหลียนชวง! หูฉันดีจะตาย อย่ามาแต่งเรื่องใส่ร้ายฉัน!”
เจียงหว่านจือกลอกตา ยกมือกุมหน้าผากพลางถอนหายใจ
ลูกพี่ลูกน้องหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินเข้ามา สวมเสื้อคลุมยาวสีขาวเรียบ ดูสุภาพอ่อนโยน แต่พอเปิดปากก็ทำลายภาพลักษณ์ตัวเองทันที
“ไม่ได้เจอกันนาน ยังจำได้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
เจียงหว่านจือกอดอก ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
“เฮ่อเหลียนโจว ตอนเจ็ดขวบ นายทำปลาคาร์ปลายทองสามตัวที่คุณตาเลี้ยงไว้ในบ่อหินกินจนท้องแตกตาย แล้วโยนความผิดให้แมวบ้านข้าง ๆ”
หน้าลูกพี่ลูกน้องเขียวคล้ำทันที
“...ฉันให้เธอเรียกพี่ ไม่ได้ให้เธอแฉเรื่องน่าอายของฉัน!”
โจวเหย่กับถังหลี่กลั้นไม่ไหว ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
แม้แต่มุมตาของเผยหลินชวนก็มีรอยยิ้มจาง ๆ
