ดาวหลวง ตระกูลเจียง
บนโต๊ะไม้จันทน์วางรายงานฉบับหนึ่งที่เพิ่งส่งกลับมาโดยเข้ารหัสไว้
เจียงเฮ่อเนียนสวมแว่นสายตายาว นิ้วมือผอมแห้งเคาะโต๊ะเบา ๆ
ข่าวในรายงานคือเรื่องที่เจียงหว่านจือเข้ารับการสอบสวนความปลอดภัยของกองทัพ
เจียงเฮ่อเนียนอ่านจบก็ถอดแว่นโยนลงบนโต๊ะ
เขาเป็นทหารมาค่อนชีวิต ย่อมรู้ดีว่าภายในมีเรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพียงใด
ฮั่วถิงชวนกับเจียงหว่านจือมีสัญญาหมั้นหมายกัน สองตระกูลเป็นสหายเก่าที่เคยฝากชีวิตไว้แก่กัน
หากเรื่องนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นจริง ไม่ว่าท้ายที่สุดจะพบว่าหลานสาวถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือฮั่วถิงชวนเองมีลับลมคมใน ทั้งสองตระกูลก็ต้องถูกลากขึ้นย่างบนกองไฟ
บังเอิญเกินไปแล้ว
บังเอิญราวกับมีใครคำนวณเวลาไว้อย่างแม่นยำ ตั้งใจผลักเด็กทั้งสองลงหลุมเดียวกัน
มิตรภาพระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลฮั่วย้อนกลับไปถึงรุ่นของเจียงเฮ่อเนียนกับฮั่วเจิ้นซาน
ในตอนนั้น ทั้งสองเคยคลุกโคลนอยู่ในสนามเพลาะเดียวกันที่ป้อมปราการชายแดน และแบกอีกฝ่ายออกมาจากฝูงสัตว์ร้ายดวงดาวได้อย่างหวุดหวิด
ภายหลังเจียงเฮ่อเนียนปลดประจำการไปทำธุรกิจ ส่วนฮั่วเจิ้นซานยังคงรับราชการในแวดวงทหาร
ถึงรุ่นลูก เจียงเหยียนชวนกับกลุ่มลูกชายคนรองของตระกูลฮั่วก็ติดต่อไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
สัญญาหมั้นหมายตั้งแต่วัยเด็กของเจียงหว่านจือกับฮั่วถิงชวน เกิดจากคำพูดหยอกล้อครึ่งจริงครึ่งเล่นของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายบนโต๊ะสุรา
เมื่อชายชราทั้งสองรู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้คัดค้าน กลับยินดีที่สองตระกูลจะได้สนิทสนมกันยิ่งขึ้น
แต่ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว
ด้วยนิสัยใจร้อนเหมือนประทัดติดไฟของฮั่วเจิ้นซาน ว่าที่หลานสะใภ้ถูกกองทัพควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยที่โรงเรียนนายร้อยที่หนึ่ง สหายร่วมรบเก่าควรจะโทรวิดีโอมาโวยวายถามไถ่ตั้งนานแล้ว
แต่ทางตระกูลฮั่วกลับเงียบสงัดราวกับสุสาน
เจียงเฮ่อเนียนเริ่มรู้สึกสงสัย จึงยกมือโทรไปยังหมายเลขที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้
“ตู๊ด...ตู๊ด...”
ดังอยู่เจ็ดครั้ง ก่อนสายจะตัดไปโดยอัตโนมัติ
โทรอีกครั้ง
ก็ยังไม่มีใครรับสาย
จนกระทั่งครั้งที่สาม สายสื่อสารจึงเชื่อมต่ออย่างเชื่องช้าในที่สุด
