แทบไม่มีใครเห็นด้วยซ้ำว่ายายเฒ่าลงมืออย่างไร ร่างของคนตรงหน้าก็ถูกซัดกระเด็นออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่
คนผู้นั้นกระอักเลือดคำโตกลางอากาศ เลือดข้นคลั่กไหลเอ่อออกจากมุมปาก
“พวกสวะ!”
“ช่างเถอะ พอดีข้าต้องไปเมืองอำเภอไป๋หยุนอยู่แล้ว แวะจัดการไอ้สัตว์ชั้นต่ำตัวนั้นเสียก็สิ้นเรื่อง แต่ในอำเภอไป๋หยุนมีไป๋หยุนเซิงอยู่ แม้แต่ข้ายังเกรงใจเขาอยู่สามส่วน”
แววตาของยายเฒ่าเย็นเยียบ
“พวกเจ้าไปหาเด็กทารกมาอีก 50 คน รอให้วิชาพลังโลหิตอำมหิตของข้าฝึกสำเร็จ ต่อให้เป็นไป๋หยุนเซิง ข้าก็ไม่หวั่น!”
“ขอรับ!”
เงาร่างหลายสายหายวับไปจากที่เดิม ท่ามกลางความมืดมิด
......
เฉินสวินหอบเนื้อวัวกับเสบียงฟืนข้าวสารกลับมายังเรือนของตน
“พี่สวิน กลับมาแล้วหรือ”
ซูเมย์ชะโงกหน้าอยู่ตรงประตู พอเห็นร่างเฉินสวินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ใบหน้าเปื้อนยิ้ม รีบเดินเข้ามาหา
“มีเรื่องอันใดหรือ”
“เมื่อคืนได้ยินว่าลัทธิเจ้าแม่ศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ทางการถึงกับส่งคนออกไป พี่ซูเมย์เป็นห่วงท่าน จึงเฝ้าอยู่หน้าประตูแทบทั้งคืน”
ซูเมย์ส่งสายตาเร่งร้อนพลางส่งสัญญาณให้เฉินโหรวที่อยู่ข้าง ๆ หยุดพูดเสียที
“ข้า... ข้าเพิ่งตื่นเท่านั้นเอง”
เฉินสวินเห็นเส้นเลือดฝอยในดวงตาของซูเมย์ ก็รู้ว่านางรอเขามานานจริง ๆ
“กลับเข้าไปก่อนเถิด”
เฉินสวินรู้ดีว่าซูเมย์คิดเช่นไร ทว่าเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วส่งเนื้อกับแป้งและข้าวสารให้นาง
