ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย
ภายในสำนักคุ้มภัยเวยหย่วน
“เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าถูกลิงตัวหนึ่งเล่นงานหรือ?”
ยามซุนเจิ้งได้ฟังรายงานจากเถี่ยซาน ก็แทบโมโหจนเป็นลม
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หากไม่รู้ว่าเถี่ยซานเป็นคนซื่อตรง ไม่พูดโกหก เขาคงเริ่มตั้งข้อสงสัยไปนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น บาดแผลบนร่างเถี่ยซานก็สาหัสไม่น้อย ดูไม่เหมือนเสแสร้ง
แต่เรื่องนี้กลับยิ่งทำให้เขาสงสัย
“เหตุใดจึงมีสัตว์นอกธรรมชาติปรากฏขึ้นได้?”
เขาคิดไม่ตก ทว่าก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“เจ้าถอยไปก่อน”
ซุนเฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มีสีหน้าไม่น่าดูเช่นกัน
เพราะเหตุใด?
เพราะเหตุใดเฉินสวินจึงราวกับมีสวรรค์คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ?
“ท่านพ่อ เฉินสวินผู้นั้นประพฤติตัวเยี่ยงอันธพาล ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้านะขอรับ!”
ซุนเฉิงเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
ซุนเจิ้งเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้นแววตาก็พลันมืดครึ้ม
“มหาล่าสัตว์...ใกล้จะมาถึงแล้วกระมัง”
ดวงตาซุนเฉิงพลันสว่างวาบ “จริงด้วย พวกเราลงมือในงานมหาล่าสัตว์ ให้มันไปแล้วไม่ได้กลับมา!”
“งานนี้เป็นงานใหญ่ของสำนักยุทธ์ทั้งสาม เฉินสวินผู้นั้นต้องเข้าร่วมแน่นอน!”
“อืม”
ซุนเจิ้งยิ้มออกมาเช่นกัน
“ดี เช่นนั้นก็ทำลายรากฐานของมันในงานมหาล่าสัตว์เสีย! ข้าจำได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าเข้าสู่ขั้นพลังชัดแจ้งแล้วใช่หรือไม่!”
“ขอรับ พี่เย่าเวยบรรลุขั้นพลังชัดแจ้งระดับต้นมานานแล้ว แข็งแกร่งกว่าเถี่ยซานอยู่ไม่น้อย นับเป็นอัจฉริยะตัวจริงของตระกูลซุน!”
