เขาพิมพ์เพิ่มอีกบรรทัดว่า “กล่องเครื่องดื่มที่คุณให้ผมวันนั้น ผมยังเก็บไว้อยู่นะ”
เขามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลบมันทิ้งเช่นกัน
สุดท้ายเขาก็ล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ยัดกลับเข้ากระเป๋า แล้วเดินต่อไปข้างหน้า
สุดตรอกมีไฟถนนดวงหนึ่งยังส่องสว่าง แสงสีเหลืองอบอุ่นทอดลงบนพื้น ราวกับปูพื้นที่ให้เขาหยุดพักได้สักเล็กน้อย แม้จะไม่อบอุ่นนักก็ตาม
แต่ที่ว่างในใจของเขากลับว่างเปล่าราวกับห้องที่ถูกขนของออกจนหมด ไฟยังคงสว่าง ทว่าไม่มีใครก้าวเข้ามา เขามองไฟถนนสีเหลืองสลัวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
「ครั้งหนึ่งฉันเคยร่วงหล่นสู่ความมืดมิด ยามเยียวยาตัวเองก็สลัดหมอกหม่นทิ้งไป ฉันรู้ว่าชีวิตคนเราไม่อาจสมหวังไปเสียทุกเรื่อง แต่มีช่วงเวลาหนึ่งที่ความสิ้นหวังกลืนกินฉันไปจริง ๆ」
……………………
หลังจากกำหนดวันแต่งงานแล้ว ชีวิตของกู้เจียวเจียวกับเผยอวิ๋นหวยก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ถึงเวลาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเยี่ยนก็ไปเรียน ถึงเวลาทำงานที่บริษัทก็ไปทำงาน
สิ่งเดียวที่ต่างไปคือสายตาของคนรอบข้าง
กู้เจียวเจียวนั่งฟังบรรยายอยู่แถวหน้า ส่วนเผยอวิ๋นหวยยืนสอนอยู่ด้านบน เขียนกระดานอย่างมั่นคง น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลเช่นเคย
เมื่อสอนถึงตัวอย่างโจทย์เรื่องการกำหนดราคาสินทรัพย์ทุน เขาก็วางชอล์กแล้วมอบหมายแบบฝึกหัดในชั้นเรียน ไม่นานเสียงพลิกกระดาษกับเสียงปลายปากกาขีดเขียนก็ดังขึ้นทั่วห้อง
เขาไม่ได้กลับไปที่แท่นบรรยาย แต่เดินช้า ๆ ไปตามทางเดินระหว่างแถว จนมาหยุดข้างกู้เจียวเจียวที่นั่งอยู่แถวหน้า ก่อนก้มมองแก้วบนโต๊ะของเธอ น้ำร้อนที่เธอเติมไว้ตั้งแต่เช้าเย็นชืดแล้ว
เขายื่นมือไปหยิบแก้วขึ้นมาโดยไม่พูดสักคำ จากนั้นก็เดินไปยังตู้น้ำดื่มท้ายห้อง เทน้ำในแก้วทิ้งแล้วเติมน้ำอุ่นให้ใหม่ ก่อนเดินกลับมาวางไว้ตรงมุมโต๊ะของเธอ
ทุกอย่างเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ กู้เจียวเจียวก้มหน้าทำโจทย์ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เพียงยื่นมือเลื่อนแก้วเข้ามาใกล้ตัวเล็กน้อย
