ภายในค่ายพักของหน่วยรักษาความปลอดภัย ควันบุหรี่ลอยคลุ้งไปทั่ว
อาเว่ยนั่งไขว่ห้าง พูดจายกยอกับเจ้าสัวหวังที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างออกรส
สมาชิกหน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาจากด้านนอก แล้วรายงานเสียงดัง
“หัวหน้า! ศิษย์เอกของเกาซู ท่านนักพรตหนุ่มหลินที่ชื่อหลินเสวียนมาถึงแล้วครับ บอกว่ามีเรื่องด่วนจะพบคุณ”
“หลินเสวียน?” อาเว่ยขมวดคิ้วจนเป็นปม พลางพึมพำในใจ
ไอ้หนุ่มนั่นไม่อยู่เฝ้าโลงผุ ๆ พัง ๆ ในหอเก็บศพให้ดี แต่มาที่หน่วยรักษาความปลอดภัยแต่เช้าทำไม?
หรือว่าจะมาเพราะศพน้ำไร้ชื่อที่กู้ขึ้นมาจากแม่น้ำเป่ยชิง?
อาเว่ยคิดเช่นนั้นแล้วก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ให้เขาเข้ามา”
ครู่ต่อมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังมาจากด้านนอกประตู
หลินเสวียนสวมชุดขั้นเต่าสีเขียวเข้ารูป ยืดกายตรงดุจต้นสน ก้าวเข้ามาในค่ายพัก
สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ดวงตาลึกล้ำเย็นชา
กลิ่นอายเหนือสามัญที่เกิดจากการบำเพ็ญเต่าและสวดมนต์มาหลายปีบนตัวเขา ทำให้โถงของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เดิมเต็มไปด้วยควันและความอึกทึกสงบลงในทันที
“หัวหน้าอาเว่ย วันนี้ผมมาที่นี่เพราะศพไร้ชื่อในแม่น้ำเป่ยชิงเมื่อคืน”
หลินเสวียนพยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอ้อมค้อมและเข้าเรื่องทันที “ใต้น้ำของแม่น้ำเป่ยชิงมีผีน้ำที่บำเพ็ญมานานซ่อนตัวอยู่!
ศพน้ำนั่นเมื่อคืนถูกไอหยินของมันกัดกร่อน จนเกือบลุกขึ้นเป็นศพผีในหอเก็บศพ!
เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านในตำบลต้องตายอย่างไร้เหตุผล ผมเสนอให้หน่วยรักษาความปลอดภัยออกหน้าปิดล้อมทางน้ำช่วงปลายน้ำของแม่น้ำเป่ยชิงทันที ห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด!”
สิ้นเสียงนั้น สีหน้าของเจ้าสัวหวังที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มก็แข็งค้างไปทันที
คิ้วบาง ๆ ทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาเหลือบมองอาเว่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานอย่างมีเลศนัย
คืนนี้เขามี “สินค้าหนัก” ชุดหนึ่งต้องขนไปทางน้ำ ถ้าปิดแม่น้ำเสียแล้วจะเอาอะไรไปขายให้ผู้ว่าจ้าง?!
พออาเว่ยได้ยินว่าต้องปิดแม่น้ำ ก็ทำหน้าขึงขังและปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเป็นทางการทันที “ปิดแม่น้ำหรือ? หลินเสวียน คุณพูดเรื่องอะไรกัน!
