หลังเก็บดินประสิวเสร็จ ซูเสี่ยวก็รีบออกจากถ้ำ
กลิ่นในถ้ำฉุนจนชวนเวียนหัวเหลือเกิน
แม้นางจะสวมผ้าปิดหน้าไว้ ก็ยังกันกลิ่นเหม็นที่เล็ดลอดไปทั่วไม่ได้
พอออกจากถ้ำ นางก็รีบกระชากผ้าปิดหน้าออก อ้าปากสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่
นางมองดวงอาทิตย์ เห็นว่าล่วงเลยเที่ยงวันมานานแล้ว
ซูเสี่ยวเร่งฝีเท้าลงจากเขา การขึ้นมาบนภูเขาลึกแต่ละครั้งยุ่งยากเหลือเกิน อีกทั้งหากใช้ดินประสิวเป็นเชื้อเพลิง ก็ต้องใช้แล้วหมดไป คงขึ้นมาขุดดินประสิวบนเขาลึกทุกครั้งไม่ได้
ซูเสี่ยวคิดจะทำแปลงดินประสิวขึ้นมาสักแห่ง จะได้เพาะดินประสิวเอง และมีดินประสิวให้ใช้ไม่ขาดมือ
ดินประสิวยังมีประโยชน์อีกมาก ไม่ได้ใช้แค่ทำธูปไล่ยุงเท่านั้น ต่อไปยังใช้ทำอย่างอื่นได้อีกสารพัด การมีแปลงดินประสิวเป็นของตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
เพียงแต่ดูเหมือนตระกูลกู้จะไม่มีที่นาในหมู่บ้านเป่ยซาน
เรื่องนี้ทำให้ซูเสี่ยวลำบากใจอยู่บ้าง ดูท่าหากอยากทำแปลงดินประสิว คงต้องซื้อที่ลาดเขาสักผืนก่อน
ซูเสี่ยวไม่รู้ว่าที่นาในยุคนี้ราคาเท่าไร อีกทั้งนางก็ไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อที่ดิน
ในหัวของซูเสี่ยวมีแต่เรื่องหาเงิน ฝีเท้าก็ไม่ได้หยุดลง ยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
จู่ ๆ นางก็สะดุด เกือบล้มเพราะรากไม้ที่อยู่บนพื้น
โชคดีที่ซูเสี่ยวไหวตัวทัน รีบก้าวพรวดไปข้างหน้าสองก้าวจึงทรงตัวได้
นางหันกลับไปมอง ใต้กองใบไม้หนาเตอะมีรากไม้สีน้ำตาลเข้มพันกันยุ่งเหยิงอยู่เต็มไปหมด
ซูเสี่ยวถอนหายใจยาว ดูท่าเดินไปคิดอะไรไปคงไม่ได้แล้ว นางหันตัวเตรียมจากไป แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับสีแดงที่โผล่อยู่ใต้ต้นไม้
นางกลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัว แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ปัดสิ่งรก ๆ รอบตัวออก พอเห็นสิ่งนั้นเต็มตา ซูเสี่ยวก็ยิ้มแก้มแทบปริด้วยความดีใจ
“โสมหรือ? ไม่คิดเลยว่าชาตินี้ซูเสี่ยวจะโชคดีได้เจอโสมด้วย!”
